North america

Global Trading Investment Knowledge in Stock Markets : USA (Dow Jones, Nasdaq), Canada (TSX), Thailand(SET)

Saturday, January 15, 2011

หุ้นนอก ผมเล่นได้ คุณก็เล่นได้ ไม่ยากหรอกนะ (STOP Working too You still Can !)


หุ้นนอก ผมเล่นได้ คุณก็เล่นได้ ไม่ยากหรอกนะ หนังสือเล่มนี้ นี่แหละ จุดประกายในการเล่นหุ้นนอก แบบไหน อย่างไร จะเปิดหนังสือ มาเจาะรหัสลับกันให้ ฟัง

ปกติเป็นชอบดูหนังสือครับ ไปห้างเมืองไทยที่ไร ก็เข้า SE-ED, B2S  ที่ประจำก็พวก บริการธุรกิจ หรือ Business นั่นเอง มาเมืองนอก ก็นิสัยเดิมติดมาด้วย ชอบชมครับ ไม่ชอบซื้อ บางทียืนอ่าน แสกน เอา จะมีน้อยเล่มมากที่จะ ควักกระเป๋าซื้อ เพราะ แพงหลาย 15-30$ หลายตังค์อยู่ อีกอย่างตอนกลับบ้านต้องขนกลับเมืองไทยมันหนัก  ยื่นอ่านได้ อ่านดีกว่า ไปบ่อยๆ หน่อย เดี๋ยวก็จบ (เมืองไทยหนังสือ ดี ดี ราคาไม่แพง อ่านกันได้ สบายกระเป๋า อ่านกันเยอะ เยอะ เลยครับ)

เดินไปชมปกติครับ เข้าไปเจอเล่มนี้ STOP Working too, You still can ว้าว ฺBest seller ซะด้วย ไม่อ่านไม่ได้แล้ว ใครเขียนไม่รู้ ไม่สนใจ เอา เนื้อ เนื้อ ครับ ด้วยความสงสัยเช่นเคย ว่าทำไมผู้เขียนจึงหยุดทำงานได้ หว่า (เราก็อยากหยุดเหมือนกัน คิดในใจ อิ อิ) จากนั้น ก็ เริ่มแสกนอ่าน  อ่านแสกนไป เขียนอะไร ก็ไม่รู้ของมัน น้ำ จริง จริง พลิก พลิกไป จนเจอ ความจริงวันนี้ ครับ ทั้งเล่มสำคัญอยู่หน้าเดียว  หน้าด้านล่างนี้ครับ ขอบคุณ Iphone ช่วยคุณได้ครับ ขอถ่ายรูปหน่อยนะ คงไม่ว่ากัน (หลบนิดหนึ่ง เดี๋ยวฝรั่งมาเห็น จะโดนว่า แต่ ฝรั่งแถวนี้ใจดีครับ อ่านไปเถอะ เขาไม่ค่อยสนใจ)


สรุปว่า เจอหุ้นบันผลรายเดือนหลายตัวครับ เป็น กองทุน ( Income fund unit ) ก่อนที่จะแปรรูปเป็นหุ้นบริษัท  (Common stock)หรือ หุ้นบริษัทที่จ่ายบันผลรายเดือน หรือ รายไตรมาส เอง มีตั้งแต่ 2%-12%  มิน่าเล่า คนเขียนหนังสือ สะสมหุ้นบันผลรายเดือนนี่เอง  จึงหยุดทำงานได้  เื่ื่พื่อนผมที่เล่นหุ้นแคนาดามาก่อนก็ได้บอกไว้เหมือนกัน  นี่เองที่จะทำให้เป็นทางทำให้เป็นอิสระทางการเงิน ( Financial freedom) นี่เอง  ที่ลองหาหุ้นบันผลรายเดือนในแคนาดา มีมากกว่า 10%-20% ก็เคยมี ตลาดอเมริกา ก็มีรายไตรมาส

ผมกลับไทยปลายปี 2008 ไปรายงานตัวประจำปี 2 สัปดาห์ ได้ไปกระหน่ำ ซื้อหนังสือการเล่นหุ้นเมืองไทยหลายเล่ม มาอ่าน มาศึกษา เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย อ่าน อ่าน และ อ่าน ครับ ไม่รู้ ยิ่งอ่าน โดยขอปูพิ้นด้วยภาษาไทยก่อน คงเข้าใจได้ดี ขนกลับมาเมืองนอกครับ หลายเล่มอยู่ มาอ่าน มีทั้งเล่น การหุ้นออนไลด์, กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ หลายเล่ม แนว VI ครับ หนังสือการลงทุนในตลาดหุ้นทั้งนั้น (ไม่มีสักเล่มที่เขียนลงทุนต่างประเทศเลย) รวมทั้งไปเข้าอบรม สัมมนา มีของธนาคารโบรกเกอร์ที่เปิดพอร์ตไว้  กลับมาใช้เวลาอ่าน 6 เดือน ก่อนลงสนามจริง

การเล่นหุ้นเมืองนอก จากเมืองไทย ไม่ยากครับ ระบบการคิดเหมือนเล่นหุ้นไทยทุกอย่าง การอ่านกราฟเป็นภาษาสากล ศัพท์การเงิน เปิดดิก ศัพท์ที่ไม่รู้ก็ได้แล้วครับ แต่ พวกเรียนสายการบัญชี การเงินคงไปได้เร็วหน่อย ส่วนผมสายวิดวะ สู้ครับ ไม่รู้ แต่ อยากเล่นหุ้นก็ต้องอ่านเอง ไม่อ่านก็ไม่รู้ใช่ไหมครับ ข้อดีคือ ของผม ไม่ต้องมีใครสอน โยนหนังสือมาผมอ่านเองได้ การเรียน และ การทำงานในอดีตสอนมา (อาจารย์ไม่ค่อยสอน ไปรับจ๊อบนอก ขอบคุณครับ เป็นข้อดีทีเดียว คือ นิสัยการศึกษาด้วยตัวเองได้  ลูกพี่เก่า ก็ไม่ค่อยสอน ให้ลงไปทำงานลุย ทำเอง ก็ต้องอ่านเพิ่ม รอดกลับได้มาถึงจะเป็นยอดคนครับ)

ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษ  ไม่น่ามีปัญหา ใครที่บอกว่า อ่อนภาษา จะเล่าให้ฟังว่า ผมก็โคตรอ่อนเลย ตอนเด็กผมก็เป็นโรคกลัวภาษาอังกฤษมาก ขอบอก คาบ อ.ฝรั่ง ภาวนาว่า ให้หมดคาบเร็วๆ จำว่าหลังติดข้างหลังห้อง (ในใจคิดว่า อย่าถามผมนะ ฟังไม่รู้เรื่อง พวกที่นั้นข้างหลังก็ พวกหมอ วิดวะ สถาปัตย์ นี่แหละ ตัวดีเลย ครับ อิอิ)  โรงเรียนต่างจังหวัดก็เป็นแบบนี้ครับ พอมี แกรมม่า ศัพท์ การอ่าน พอมีติดตัวบ้าง  เรียน วิดวะ ป.ตรี ได้ เกรดภาษาอังกฤษ C อ่านว่า ซี ครับ หมดความมั่นใจกันเลยทีเดียว แต่ เรียนวิดวะ ป.โท เมืองนอก ได้ A ทุกวิชา แปลกไหมครับ  ไม่ใช่เก่งอะไรหรอกครับ ผมบึก และ ทนมาก อ่านรอบเดียว จำไม่ได้ ผมอ่านหลายรอบครับ (เรียนเมืองนอก มันหนาว ออกไปไหนไม่ได้ ก็ต้องหยิบหนังสือมาอ่านมา ทบทวน จริงไม่แปลกใจ เด็กที่เรียนนอก ก็เรียนจบกันเกือบทุกคน) ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น   ศัพท์ไม่รู้ ไม่ใช่ปัญหา Talking Dict , ฺฺBabylon โปรแกรมแปลศัพท์จากหน้าจอ หรือ บนเว๊ปไซด์เลย ช่วยคุณได้  คลิ๊กขวา คำแปลก็ออกมา ไม่ยากหรอกครับ ส่วนศัพท์การเงิน ก็ ซ้ำ ซ้ำ ไป มานี่แหละ อ่าน บ่อยๆ ก็จำได้ครับ ไม่ยากหรอก ใช้แค่ทักษะภาษาอังกฤษแค่ การอ่าน อันเดียวเอง ไม่ต้องฟัง ไม่ต้องพูด แถมไม่ต้องเขียนอีก บ้านเราถนัดกันอยู่แล้ว ถ้าสมองคิดว่าทำได้ เราก็จะทำได้ มันอยู่ที่ความคิด

แนวทางการเล่นหุ้นของผม เลือกตัวพื้นฐานดี หรือไม่แย่นัก มีบันผลสูง แนว VI เลย แต่ที่แตกต่างกันจาก VI เมืองไทยคือ หุ้นทั้งหมดที่ผมเลือกซื้อ คือ พวกหุ้นบันผลรายเดือนมากกว่า 10% ต่อปีทั้งนั้น โดยค่าเฉลี่ยบันผลรายเดือนของผมอยู่ที่ 15% ต่อปี ของพอร์ต  พอหุ้นขึ้นผมขายทำกำไร เอามาซื้อหุ้นเพิ่ม ได้บันผลเพิ่ม หุ้นที่ซื้อมา ขึ้นไปอีก ผมก็ขายทำกำไรไปอีก จน กำไรทะลุล้าน บันผลหลายแสน (เขียนไว้ให้ชมใน Blog แล้วว่า มันจริง) ในช่วง 1.5 ปี ตั้งแต่เล่นหุ้นนอกมา  โดยทั่วไปแนวผม คือ "กลยุทธ์หุ้นบันผลรายเดือน" วิเคราะห์พื้นฐานเป็นเกราะ  วิเคราะ์์์ห์ทางเทคนิคเป็นอาวุธ เหมืิอน นักรบใส่ชุดเกาะ ถือดาบ หอก หรือ ปล่อยแสงได้ เป็นอาวุธ   "แบบสไตล์ เซ้นท์"  เอามาจาก การ์ตูน เซ้นท์เซย่า หรือ พวกโกล์เซนต์ พวกบรอนเซนท์ครับ   พวกนี้ มีชุดเกราะครับ ปล่อยพลังได้ บางคนมีอาวุธ ไว้สู้รบ  เด็กๆ สมัยก่อน ชอบดูกัน ช่วงนี้ ก็น่าจะมีอยู่

ตัวอย่าง หุ้น DGI.UN บันผลรายเดือน 17% ต่อปี สามารถ ซื้อขายทำกำไรด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค


โชดดีครับของนักลงทุนชาวไทยแล้วครับ ในการลงทุนต่างประเทศ ปลายปีก่อน โบรคเมืองไทยเรา ก็เปิดบริการซื้อ-ขายหุ้น กองทุน ได้ทั่วโลกกันแล้ว (Global investment trading) ไม่นานมานี้ ไม่ต้องทนหนาวติดลบแบบผม บางวันติดลบ 30 เพื่อรักษาพอร์ต เวลา 3 ปี (บางคนบอกว่า ทนได้ไง แค่ 5'C ก็จะแย่แล้ว ไม่บร้าครับ มีเป้าหมาย ต้องอดทน) แต่ค่าคอมมิชชั่นผมถูกกว่า ก็เท่านั้น ที่เห็นก็ โบรคเอเชียพลัส-ASP, ฟินันเซีย-FSS,CGS สามารถเปิดพอร์ตซื้อหุ้นข้ามประเทศได้ ลองติดต่อสอบถามดูกัน

ส่วนหน้าที่ผม ชี้แนะแนวทางให้ครับ ว่า ทางตลาดหุ้นอเมริกาเหนือ มีของดีอะไร ซ่อนอยู่  หุ้นบันผลรายเดือน หรือ รายไตรมาสก็ดี เป็นพื้นฐาน และ วิเคราะห์ทางเทคนิค เอาไว้ขายของแพง หรือ เข้าซื้อของราคาถูกครับ โอกาสขาดทุนแทบไม่มี  ถือทน ทนถือไป ดีกว่า ฝากประจำเมืองไทย (ฝากประจำ 1.5% ต่อปี หลายปีอยู่ ถ้าซื้อหุ้นบันผลรายเดือน มากกว่า 10% ต่อปี ก็ 7 ปีที่เดียวนะครับ )  หรือ สมมุติลงทุนไว้ 10 ล้านบาท ได้กำไรปีละ 1 ล้าน ได้ อย่างต่ำเดือนละ 8.3 หมื่น ก็เลิกทำงานประจำได้ แต่มุมมองผม คิด เงินต่ิอเงินครับ มันจะมากกว่านั้น แน่นอนนะ ถ้าเรารู้จักการลงทุนที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยง  ผมได้เขียนลงใน Blog แล้วบางส่วน ว่า ทำได้จริงๆ มันมีจริง จริง บน โลกของเราใบนี้แหละ  ประเทศที่เศรษฐกิจดี ดี ก็มีของดีซ่อนอยู่

นักลงทุนเมืองไทยเราเก่งครับ เล่นตลาด SET มีกำไรได้ (ผมยังเล่นได้แค่น้ำเลย คำโตโต ไม่ค่อยจะมี ดูกราฟเป็นก็ยังติดดอยก็มี แต่เพียงไม่ขาดทุนกำไรสะสม ตลาดบ้านเรา อ่อนไหวง่าย ตาม Fund Flow บ้าง ตามข่าวบ้าง แต่ข้อดีคือ เข้าถูกตัวก็ ล่ำซำเร็ว ผมก็เล่น SET ตอนกลางคืน จากแคนาดา นี่แหละ ) ถ้ามาเล่นเมืองนอก บอกได้เลยว่า หมู หมู ชั่วโมงบินผม ปี ครึ่ง ยังกำไร ไม่ขาดทุนสักบาทเลย (เืพื่อนผมเล่นหุ้นไทย ขาดทุนเกือบล้าน มาเล่นหุ้นนอก เอาคืนหมดบวกกำไรด้วย อิอิ เรื่องจริง)  เวลาการเล่น ด้วยเวลาต่างกัน ตลาดหุ้นอเมริกาเหนือ ถ้าเราอยู่ไทยก็เล่นได้ เวลาเปิดคือ 20:30 น ถึง 3:00 น ถามว่า แล้วจะนอนยังไง เล่นหุ้นบันผลรายเดือนไม่ต้องเฝ้่าหรอกครับ ดูวันละ 1-2 ครั้ง ตลาดเขาใหญ่มาก เคลื่อนตัวช้า ขายกันทัน ไม่เหมือนบ้าน เรา ถ้าไม่เฝ้ากันก็ดอยละครับ ถ้าเข้าซื้อตอนนี้ 1,000 จุด ก็ตลาด sideway ยังไงก็ได้กำไร น้ำ น้ำ หรือ ไม่ก็อาจขาดทุนได้ทีเดียว จะกำไรโต โต การข่าวเร็ว เข้าถูกตัว ดูกราำฟดี ก็โชคดีไป ตามฝรั่งเป็นเหาฉลามไป (ผมก็ทำตัวเป็นเหาฉลามอยู่) ถ้าเข้าช่วง 400-600 จุด กำไรอู้ ฟู้แน่นอนครับ ไม่ต้องดูกราฟก็ได้ ถือว่า โชคดีไปครับ

ลองศึกษา อ่าน Blog ดูนะครับ เขียนแนวทางไว้ ชี้ทางไว้ให้แล้วครับ อยู่เมืองไทยก็สามารถได้ $ ใช้ได้นะ $ ต่อ $ แล้วมาใช้ที่เมืองไทย สบายกว่ากัน ค่าเงินอ่อน เอากำไรโอนกลับ ค่าเงินแข็ง เอามาซื้อหุ้นนอก กำไรอัตราแลกเปลี่ยนอีก สำหรับผมคนหนึ่งแล้ว ที่จะไม่ต้องทนหนาวติดลบ อยู่ไกลบ้าน ไกลครอบครัว ใกล้กลับบ้านแล้ว ลองทำให้ดูแล้วว่า ทำได้ ไม่ยากอะไร ผมเคยไม่มีความรู้ในการลงทุนในหุ้นเลย เมื่อ 2 ปีก่อน วันนี้ วิเคราะห์ทางพื้นฐาน วิเคราะห์ทางเทคนิค โปรแกรมวิเคราะห์ต่างๆ เล่นได้ เอาตัวรอดในตลาดหุ้นได้ครับ ไม่ยากเลย เพียงแต่ถ้าเราคิดว่า ทำได้  เราก็จะทำได้นะครับ  เด็กบ้านนอก อย่างผมยังทำได้เลย ทำไมคุณจะทำบ้างไม่ได้ จริงไหมครับ  รู้แล้วแชร์ บอกต่อกันไปนะครับ ได้บุญ ได้กุศล ลงทุนกันอย่างพอเพียง ครับ

รายละเอียดการลงทุนในต่างประเทศของโบรคเกอร์เมืองไทย ลองสอบถามกันดูครับ
ASP : http://inv2.asiaplus.co.th/cms/index.php?sc=global_finance
FSS  :http://www.4shared.com/document/0EixS86d/Global_Trading-Fununsia_Syrus.html
Philips:http://www.poems.in.th/home/th/offshore/index-th.htm
CGS :http://www.cgsec.co.th/corpweb/

2 comments:

  1. อยากเล่นหุ้นมากค่ะ อยู่ที่คานาดาค่ะไม่รู้จะเริ่มยังไง ตรงใหน ตอนนี้พยายามอ่านหาข้อมูลบุค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยจะเก็ตซักเท่าไร ยุ Ontario ค่ะ ยุมา 9 ปีแล้วค่ะ อ่านข้อความนี้แล้วก็มีความหวังค่ะ

    ReplyDelete
  2. This comment has been removed by the author.

    ReplyDelete