North america

Global Trading Investment Knowledge in Stock Markets : USA (Dow Jones, Nasdaq), Canada (TSX), Thailand(SET)

Tuesday, October 2, 2012

ลงทุนตามระบบ TFEX มีกำไร ...เป็นไปได้จริงหรือ ?


ไม่ได้เขียน Blog นานหลายเดือนทีเดียว ขอเขียนย้อนหลัง เมื่อเดือน 17-20 ตุลาคม 2555 ได้เดินทางไปเที่ยวสิงค์โปร์พร้อมเปิดบัญชีที่สิงค์โปร์ และศึกษาเพื่อข้อมูลลงทุน USA-Options ผ่านทางพอร์ตสิงค์โปร์ในฐานะคนไทย  ไม่ได้ผ่านพอร์ตแคนาดา  ไม่เคยไปสิงค์โปร์ในชีวิต ได้ข่าวว่า บ้านเขาเจริญ ทันสมัยกว่า บริษัทต่างๆ อยู่ลำดับต้นๆ ของเอเชีย อยากเห็นครับ ว่า มันแปลกจากบ้านเรา แคนาดาอย่างไรบ้าง  หยิบหนังสือเที่ยวสิงค์โปร์ ฺBest of Singapore ไป 1 เล่ม แล้วออกเดินทางไปชมสักหน่อย




สรุปว่า แตกต่างอย่างไร สิงค์โปร์มีคนหลายเชื้อชาิติ คนจีน มาเลย์ ผิวสีแตกต่าง บ้างเมืองก็มี เก่าบ้าง ใหม่บ้าง ปะบนไป  ส่วนใหม่ๆ ย่านธุรกิจ ก็ทันสมัย ที่ท่องเที่ยวดึงดูดใจ มีกลยุทธ์ พัฒนาจุดแข็งของตัวเองได้อย่างดี ทั้งระบบการศึกษา ภาษาที่เน้น คุณภาพที่ดี  จะให้เทียบกัน บ้านเราคงไม่ได้แพ้ เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ แต่ บ้านเราน่าจะแพ้ที่ ทรัพยากรคนมากกว่า ไปยัง Global Visionไม่ได้คิดอยู่ในประเทศตัวเองกัน

ตัวอย่าง การศึกษาของเด็กสิงค์โปร์ "Dream of New heights and We'll help you search them" ที่ถ่ายมาให้ชมกัน



นอกเรื่อง อีกตามเคย  หลายคนลงทุน เจ๋ง กับ TFEX  คิดว่า ลงทุนไม่มีทางกำไรแน่  ที่ขาดทุนเพราะ ไม่มีระบบการลงทุนที่ดีครับ  วิธีคิดผิด ไม่มีการประเมินความเสี่ยงของการลงทุนที่ดีครับ ถามว่า ใครเอากำไรเราไป คำตอบ คือ คนที่เก่งกว่า วิธีคิดถูกกว่า มีระบบกว่าเรา วันนี้ จะพูดถึงเฉพาะเรื่อง การเลือกระบบลงทุน ที่นำมาใช้  ซึ่งระบบที่นำมาใช้ต้องผ่านการทดสอบด้วยโปรแกรมทดสอบ หรือ ที่เรารู้จักว่า Back Test นัั้นเอง เพื่อเปรียบเทียบระบบการลงทุน Models ในรูปแบบต่างๆ ครับ  อาจจะต้องใช้ การเขียนโปรแกรม Metastock เป็นเครื่องมือในการทดสอบข้อมูล  (โชคดีที่ มีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมา) จึงจะรู้ว่า ผลทดสอบเป็นอย่างไรครับ  ดีไม่ดีอย่างไร การเติบโตของเงินทุนเป็น อย่างไร   ไม่ใช่ลงทุนไปตามอารมณ์  มันคงไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะ สนาม TFEX มีนักล่า และป๊อปเืทรด ที่เก่งกว่า มีระบบการลงทุนที่ดีกว่า ดังนั้น เราต้องมี ระบบ วิธีคิด ที่เท่ากับเขา หรือ มากกว่า จึงจะมีกำไรแบบยั่งยืนได้ครับ


ตัวอย่าง การทดสอบ Back testing  Models เลือกระบบลงทุน  SET50 Index

 

 Equity Curve  พิจารณาการเติบโตของเงินทุนว่าเป็นอย่างไร  ความลึกของเงินทุนในการหยุดขาดทุน หรือที่เรียกว่า  การ Drawdown ของเงินทุน เทียบกับระยะเวลาการลงทุน

 

นำมาพัฒนาระบบ System trading เพื่อทดสอบการลงทุนจริง ตาม Models

 

เทคนิคการแก้ไขปัญหาตามระบบ ด้วยความรู้พื้นฐานของการลงทุนที่ดีเบื้องต้นก่อน ด้วย การเข้าใจจิตวิทยาการลงทุนและจิตวิทยาการวิเคราะห์ทางเทคนิคคอลที่เข้าใจจริง ที่เรียกว่า  "เก๊ท"




ลองสอน ทดสอบ Models (Sample lot) ให้ ผู้ขาดทุน TFEX  หลายๆ คนมีกลับมามีกำไร  หรือ มีกำไรเรื่อยๆ ตามจุดเหมาะสมของการลงทุน เปรียบเหมือนการกดตู้ ATM แบ๊งค์พัน ด้วยเงินต้นคงที่กันทีเดียว



 


ลงทุน TFEX ตามระบบมีกำไร... เป็นไป ได้จริง  มี ผลทดสอบ Models Sample Lot โดยคนทดสอบสนามจริง เพิ่มเติมเป็นหลักฐานยืนยันตาม Link

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.427965297266422.104734.371590659570553&type=3

บทสรุป  การลงทุน TFEX อย่างเป็นระบบ ด้วยระบบที่ทดสอบข้อมูลอดีตด้วยด้วยโปรแกรม เพื่อ หา ระบบที่เหมาะสม (Optimized Trading System)  เบื้องต้นก่อนประกอบกับ การใช้ความรู้ทางพื้นฐานวิเคราะห์ทางเทคนิคที่เข้าใจอย่างแท้จริง ( Pure Technical analysis) อย่างแท้จริง สามารถ ลดความเสี่ยงการลงทุนได้ ซึ่งสามารถนำ ผลตอบแทนการลงทุนที่มีกำไรที่ดีอย่างยั่งยืนได้ครับ "เมื่อใดที่เราลงทุนความรู้ โดยมากกว่า ความเสี่ยง กำไรจะตามมาเองครับ  นี่ คือ กฏหนึ่งของการลงทุน"


Thursday, August 23, 2012

ระบบลงทุน Re-Investment ตาม Model ทบต้น ทบกำไรเพิ่มพอร์ตโต



ไม่ได้เขียน Blog เพิ่มมานาน  ทั้งเรียน ทั้งลงทุน ทั้งวัน กลางวัน หุ้นไทย  ทั้ง คืน กลางคืนหุ้นนอก สอนหนังสือ ช่วยคนขาดทุน ที่ต้องการให้ช่วย แต่ ก็โดนว่า  สอนเก็บเงิน    เก็บเงินครับ แต่ มาเรียนแล้วไม่มีกำไร ก็คืนเงินหมด เรียนซ้ำได้จนกว่าเข้าใจ จนกว่ากลับมามีกำไร ทุกคนรับทราบก่อนการมาเรียน เป็น จุดยืนแนวทางการสอน  เป็นที่พึ่งของคนขาดทุนสะสม เคยสอน ฟรี บางคนไม่ตั้งใจ ทักทายก็ไม่รู้จักกัน เคยเจอทั้ง เซียน เทพ ทั้งหลาย มาแอบเรียน บอกว่า ไม่คุ้ม ไม่เห็น มีอะไร ก็ คุณมีกำไร อยู่แล้ว นี่ครับ น้ำจะล้นแก้ว ระดับความรู้ ไม่ได้ขาด ระดับไม่ได้ต่างกันมากมาย มีแต่ วิธีการคิด วิธีการที่แตกต่างกัน แต่ ถ้าคนขาดทุน สิครับ ที่สอนมา ขาดทุน เป็น หลักแสน หลักล้าน ก็มี กลับมามีกำไร อย่างคุ้มค่าไหม อยากให้คิดตรงจุดนี้  ไม่ใช่ ว่ากัน  ไม่พอใจ ก็ เพียงมาเอาเงินคืน อย่ามาว่ากันเสียหาย เจตนาสอนให้ร่ำรวยขึ้น แต่ กลับมาว่า กัน ก็ขอให้โชคดีในการลงทุน  นี่ คือ เหตุผลที่ไม่สอนคนมีกำไร เป็นหลัก เป้าหมาย คือ คนขาดทุน ที่ต้องการเงินเขาคืนมาอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ อ่านเอง ลองผิดถูกเอง ด้วยเงินเขาเองอีก ช้า เสียเวลา อาจจะเสียเงินทุนเพิ่มอีก ในเมื่อแนวความคิด (Mindset) ยังผิดอยู่

ค่าเรียน ควรให้สมเหตุผล กับ ผลิตภัณฑ์ Leverage ของการลงทุน ให้มันมีคุณค่านิด ต้องรับประกันว่า ลงทุนต้องได้ค่าเรียนคืน  ชีวิตมีความรู้เอาค่าเรียนคืน ไม่กี่วัน ได้มากกว่า หลายสิบ หลายร้อยเท่า ก็มี ถือ ว่า "คุ้มค่า" แก่การลงทุน สำหรับ นักลงทุนตัวจริง  ภาษาบริหาร เรียกว่า จุดคุ้มทุน  Return on Investment ROI   ผมเรียน Ex-MBA  3 วิชา จ่าย 1 แสนเลย เอามาใช้ได้  ไม่ได้ ผมก็เสียเงินเรียน ถือว่า เป็นการลงทุนความรู้ ใช้ได้ตลอดชีวิต

หลายๆ คน ที่ถ่ายวิชาให้ มีกำไรกลับมา ครับ นี่แค่ ส่วนหนึ่ง ยังมีอีกเพียบ ปอดแดง กลับมา ปอดเขียว ก็มีรางวัลแห่งความสำเร็จให้  ของรางวัล พวงกุญแจหมีขาว  สำหรับคนปอดเขียว ในวันเกิด วันที่ 5 กรกฏา



เนื่องในช่วง วันเกิด ยังทำหนังสือสำหรับ การลงทุน หุ้นไทย TFEX หุ้นต่างประเทศ Options เป็น กรอบความคิดในการลงทุนได้อ่านกัน กับ หนังสือการลงทุน ฟรี เผยแพร่เป็นวิทยาทาน   สามารถ โหลดได้ที่นี่


  http://www.ebooks.in.th/ebook/6911/Polar_bear_Global_Stock_Investment/

มาเข้าเรื่อง   การลงทุนแบบ  Model  แล้วลงทุนเพิ่ม แบบ Investment เป็นอย่างไรครับ มาชมภาพกัน


 

Model  คือ ต้นแบบระบบที่เราเลือกในการลงทุน  ต้องมาจากการคิดค้นของผู้ลงทุน ( Research/ Invention ) จากการนำ Indicators พื้นฐานทั่วไปทางการวิเคราะห์ Technical analysis  มาพัฒนา (Development) เป็น Model ในการลงทุน   จากนั้น ลองซื้อขาย จริง (Commercialization)  ว่าเป็นระบบทำกำไรได้จริงหรือ พอร์ตมีการเติบโตหรือไม่ จากการประเมิน Model (Growth & Evaluation)  ต่อด้วยการป้องกันกำไรการเติบโตพอร์ต อาจจะมีการยอมขาดทุนบ้าง (Protection) เพื่อลงทุนใหม่ อีกครับ (Re-Investment) เป็น รอบๆ จนได้ระบบที่ดี มีกำไรอย่างต่อเนื่อง เป็น Model สำหรับการลงทุนของแต่ละคน  ที่เรียกว่า  KNOW HOW  ไม่ใช่ General Information  เป็นสิ่งที่มีคุณค่า (Value) เมื่อถ่ายทอดไปให้ใคร Sample lot ก็มีโอกาสกลับมีกำไรมากกว่า ขาดทุน เนื่องจากได้ทดสอบ แก้ไขมาแล้วอย่างดี

มาดูส่วนการลงทุนตาม Model  ในส่วน Re-investment  เมื่อ มีกำไร ต้องนำมาลงทุนใหม่ ให้ถูก ทบต้น ทบกาำไร พอร์ตจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ในลักษณะ ทวีผล หรือ Exponential Curve

ตารางการลงทุนแบบ Re-Investment  ลงทุนตามเป้าหมาย % ต่อครั้ง


จะเห็นได้ว่า  พอร์ตมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในแต่ละครั้งที่ลงทุน ทบกำไร

จะยกตัวอย่างการลงทุนระบบ Polar bear Model  001 ดังนี้

DTAC  Re-Investment 20%


SIRI   Re-Investment 60%  


บทสรุป   การลงทุนตาม Model ทดสอบ ที่ดี  มีโอกาสมีกำไรมากกว่าขาดทุน  เมื่อนำกำไรมาลงทุนเพิ่มรอบใหม่ จะทำให้ กำไรเพิ่มขึ้นในลักษณะ Re-Investment โดยสามารถเคลื่อยย้ายเงินลงทุนไปมา ในเวลาที่ลงทุนอย่างรวดเร็ว ไปยังหุ้นใน Watch list ที่สนใจ ถึงจุดซื้อในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้พอร์ตเติบโตรวดเร็วขึ้นขึ้นได้อีก ในลักษณะ Asset allocations   ลองนำแนวความคิดไปใช้กันครับ โชคดีในการลงทุนทุกท่านครับ

Sunday, July 1, 2012

คลีนิครักษาโรคปอดแดง ปอดสุขภาพดี ต้องสีเขียว ปอดแดง ต้องรักษา


   ย้อนความได้เมื่อสมัย ม.5 ตอนสอบเอนทรานซ์ ม. 5  ก็อยากเรียนหมอ แต่ ด้วยโชคชะตาก็ไม่ได้เรียน เนื่องจาก อ่านชีวะไม่จบ ม.6 จึงเลือกแต่ วิศวะ ทุกอันดับ ทั้งที่เรียนชีวะ ได้เกรด 4 ทุกตัว แต่พอได้เรียนวิศวะ แล้วถูกใจ เพราะ ชอบคิด คำนวณ  มากกว่า ไม่ชอบเรียนจำ แต่ หารู้ไม่ว่า เรียนมาแล้วเป็น ลูกจ้าง ราคาแพง ที่ไม่มีทางเป็น "อิสระทางการเงิน" ถ้าไม่รู้จักคำว่า การลงทุน

   วันนี้ ลงทุนตลาดทุน พอเอาตัวรอดได้ ขอสานฝันการเป็น หมอรักษาโรค แต่ ไม่ใช่โรคทางร่างกาย แต่เป็น โรคทางการเงิน ที่เรียกว่า โรคปอดแดง   ที่เกิดจากการลงทุนที่ขาดความรู้ ความเข้าใจ ในการลงทุนอย่างดีพอ ซึ่งไม่สามาถประเมินความเสี่ยงการลงทุนได้ ซื้อได้ แต่ ไม่สามารถขาย ในจุดที่เหมาะสม นั่นเอง

ลักษณะปอดที่ดี


เทคนิคการสร้างปอดสีเขียว  ง่ายๆ แต่ ทำยาก คือ  ซื้อแล้ว ตัวเขียว ถูกทาง Let profit run  ผิดทาง ตัวแดง Stop loss หยุดการขาดทุน ก่อนการรุกลามของโรคปอดแดง จึงสร้างความเสียหายทางการลงทุน

วิธีการสร้างปอดสีเขียว จะต้องมีความเข้าใจใน การเลือกหุ้น วิเคราะห์พื้นฐานที่ดี และ หาจังหวะเข้าออก โดยมีการวิเคราะห์ทางเทคนิคคอล ที่ดี

หลายๆ คน คงจะงง ว่า มีความสามารถอะไร เทคนิคอะไร ทำอะไรมาจึงมาเป็น หมอรักษาโรคการเงินได้   เมื่อจบ ป.ตรี วิศวะ  เริ่มเข้าทำงานในวัยอายุ 20 ปี ด้านวิศวกรรมในเครือปูนซีเมนต์ไทย (SCG) ใน ตำแหน่ง วิศวกรงานระบบและโครงการ ที่ดูแลระบบ ซ่อมบำรุง เครื่องจักร ระบบพื้นฐานในการผลิต เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบลมอัด  ระบบน้ำประปา ระบบแอร์ ดูแลงานทั่วไป หรือ ที่บางคนอาจจะรู้จักว่า GB คือ เจนเนอรอล เบ้ เป็น ระบบที่สำคัญในการผลิต ซึ่งแต่ก่อนไม่เข้าใจว่า  ทำไมต้องรับตำแหน่งนี้ ซึ่งมีปัญหาให้แก้ทุกๆ วัน ทั้งๆ ที่จบด้วยเกียตรนิยม น่าจะได้ ตำแหน่งที่ดี นั่งในห้องแอร์ ไม่ต้องซ่อมเครื่องจักร เปื้อนน้ำมัน เหงื่อออกทุกวัน กลับดึก  วันหยุดสำคัญ ต้องมาทำงาน กลางคืนต้องเข้าโรงงานมาซ่อมเครื่องจักร แก้ไขปัญหาให้สายการผลิตกลับมาเดิน ก่อนรุ่งเช้า

   ต่อมาจึงได้เข้าใจว่า ระบบที่เราดูแล นั้นสำคัญอย่างมาก  ถ้าระบบมีปัญหา จะทำให้ โรงงานไม่สามารถเดินการผลิตได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ มีความเสียหาย หลักล้าน ถึง พันล้าน ทีเดียว โรงงานหยุดการผลิต กำไรลดลงไม่ได้แผนผลิต จึงต้องการคนเก่งคิด เข้ามาดูแล แก้ปัญหานั่นเองในจุดที่สำคัญ ในโรงงาน งานที่ดูแลทั่วไป คือ งานแก้ไขปัญหา ด้วยการวิเคราะห์ ปัญหาจะต้องหายขาด ต้องห้ามเกิดซ้ำสอง     รับผิดชอบปรับปรุงระบบ จนระบบมีความเสถียรภาพเพิ่มทุกปี ด้วยอายุการทำงานซ่อมบำรุงเป็นระยะเวลา 8.5 ปี ก่อนเดินทางไปแคนาดา และ ศึกษาต่อปริญญาโท จึงมีความสามารถในการ วิเคราะห์ แก้ไขปัญหาได้อย่างดี ซึ่งได้ นำมาใช้ซ่อมตัวเองในการลงทุนในตลาดทุนได้อย่างดี และ รวดเร็ว   ซึ่งเหมือนกับการวินิจฉัยโรคของหมอ ที่ต้องรักษาโรคคนไข้ให้หายขาด โดยการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุ มีผล อย่างมีระบบ นั่นเองเพื่อ ไม่ให้ผู้ป่วย ป่วยเรื้อรัง

หลายๆ คน ไม่ยอมหยุดความเสียหาย การขาดทุน ด้วยการวางแผนการลงทุน นำ ตารางความเสียหาย  Loss กับการ Recover Loss มาให้ชมกันครับ


จะเห็นได้ว่า  ถ้าขาดทุน  -50% จะต้องมีกำไร 100%  จึงจะกลับมาเท่าทุน  หลายๆ คนขาดทุน ทนได้แต่ เก็บหุ้น เฝ้ารอความหวัง จะกลับมาเท่าเดิม ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่ ปีไหน ซึ่งเป็นการยากมากทีเดียว เพราะ คนติดหุ้นมาก หลายระดับราคา

ดังนั้น การหยุดการขาดทุน Stop loss เป็น สิ่งจำเป็น  แต่ จะทำไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้ แผนที่การนำทาง  (Technical Graph)  และ ไม่มีความสามารถ ความเข้าในการวิเคราะห์ทางเทคนิคคอลที่ดี รวมทั้ง ไม่มีการออกแบบระบบที่ดี  หรือ ไม่สามารถกำหนดจุด Stop loss จุดซื้อขาย ได้อย่างเหมาะสม ก็ไม่สามารถลงทุนผลตอบแทนที่ดี

ตัวอย่าง  การวางแผนการลงทุนระบบ Entry-Stop loss-Let profit run -Exit


จะเห็นได้ว่า  มีความจำเป็นต้องเรียนรู้การวิเคราะห์ทางเทคนิคอล มีระบบนำทางที่เหมาะสมเพื่อ ประเมินความเสี่ยง หรือ ลดความเสี่ยงในการลงทุน นำมาซึ่งผลตอบแทนที่ดีได้


   การเรียนรู้ การลงทุนสำหรับนักลงทุน 1 ปี  จะไม่เท่ากับนักลงทุนที่ ลงทุนมา 10 ปี แตกต่างกับด้วย ประสบการณ์ และระยะเวลา นั้นถูกต้อง โดยการนำ ความรู้ที่ถูกต้อง (Knowledge) มา ฝึกฝน( Practice) จนมีความชำนาญ ที่เรีัยกว่า  ทักษะ (Skills)  ต้องใช้เวลาที่เรียกว่า ชั่วโมงบิน   ส่วนตัวลงทุนมาจะครบ 4 ปี อาจจะเท่ากับ คนลงทุน 6-8 ปี เนื่องจากลงทุน 2-3 ตลาด 2 ซีกโลก ซึ่งเคยลงทุนขนาดพักผ่อนไม่เพียงพอ จนล้มป่วยเป็น โรคงูสวัด ที่แคนาดา กันเลยทีเดียว
    ถ้าหากความรู้นั้นไม่ถูกต้อง ก็จะไม่มีทางประสบความสำเร็จ ดังนั้น ความรู้ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง จึง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่การเรียนรู้  จากผู้สอน หรือ โค้ช ที่มีประสบการณ์ สามารถลดระยะเวลาการลงทุนให้ประสบความสำเร็จได้  อาจจะลดเวลาจาก 10 ปี ลงมาเป็น 5 ปี หรือ 3 ปี หรือ 2 ปี แทน ดีกว่า ที่เรียกว่า  Investing Road map



การเดินทางโดยอาศัยประสบการณ์การขาดทุนด้วยตัวเอง หรือ บางคนก็ไม่สามารถลงทุนเจอทางสำเร็จ จึงคิดว่า ตลาดหุ้น คือ การพนัน ถ้าเราลงทุนอย่างมีความรู้ ยังยืนยันว่า ตลาดหุ้นไม่ใช่การพนัน แต่ เป็น ตลาดของการทำธุรกิจ แบบหนึ่ง  ตลาดหุ้นนี้ มีคน 90% ขาดทุน แต่ อีก 10% มีกำไร   เงินจะไหลไปสู่กระเป๋าคนที่มีความรู้มากกว่า เคยมีคำกล่าวจากหนังสือบางเล่มที่ว่า  คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น  คนโง่เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง      การเล่นกอล์ฟ ยังมีโปรกอล์ฟจับวงสวิงให้  นักลงทุน ก็เหมือนกัน ก็ต้องมี ครูที่ดี สอนแนะนำให้ จึงจะเดินได้เร็ว ตรงเป้าหมาย

บทสรุป  คลีนิครักษาโรคปอดบวม Polar bear fishing Clinic เปิดบริการทาง Facebook ฟรี ทุกวัน ช่วยแนะนำพอร์ตให้เพื่อน ๆ ที่มี โรคปอดแดง  ด้วยน้ำใจและ เวลาว่างเท่าที่มี

สนใจ รับการรักษา หากลุ่ม Polar bear fishing Clinic ได้ ที่ Facebook แล้วทำการแอดเข้ากลุ่ม จะมี พี่ น้อง กองทัพหมีขาว ที่สามารถเอาตัวรอดในตลาดได้แล้ว แวะเวียนมาเป็น ผู้ช่วยหมอรักษา ให้ด้วยอีกแรง ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี่ เป็น การทำบุญที่ดี แบบหนึ่ง


หรือ สามารถติดต่อ หมอพี่หมีขาว โดยตรงได้ ที่ Email: polarbearfishingclub@gmail.com
หมอหมีขาว อาจจะไม่ค่อยว่าง เนื่องจากภาระกิจเรียนต่อ แต่ ถ้ามีเวลาว่างจะตอบแนะนำให้ ด้วยความยินดีครับ

Sunday, June 10, 2012

ระบบลงทุนแบบกำไรสะสม (Accumulated Profits) ลงทุนพอเพียงแบบยั่งยืน

           ความรู้ ความเข้าใจ ลงทุนมีระบบความคิด เป็นรากฐานการเติบโตแบบยั่งยืน                              

กลับมาถึง เมืองไทย วันพฤหัส ที่  Jun07 2012  งง งง กับ เวลา เพราะ เวลาเมืองไทย กับ แคนาดา เวลาต่างกัน 13 ชม  กลางวัน คือ กลางคืน  กลางคืน คือ กลางวัน  ต้องปรับตัวกันนิดหน่อย กลับการกลับบ้าน

ขณะนั่งเครื่องกลับได้มีโอกาส ชมหนังเรื่องหนึ่ง คือ  Rise of the Planet of The Apes  เป็นหนัง ดี เรื่องหนึ่ง ที่สำนึกรักบ้านเกิด กันเลยทีเดียว   เป็นเรื่องของ ลิงชั้นสูง (The Apes) ตัวหนึ่ง ที่เกิดในเมือง ถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์ แต่ ลิงตัวนี้ สามารถเรียนรู้ได้อย่างเร็ว เข้าใจคน ความสามารถใกล้เคียงกับคนโดนมนุษย์มองว่าเป็น ลิง ไม่ใช่ คน ที่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขาได้ แม้ เกิดในเมือง  แต่ สุดท้าย ลิงตัวนั้น ได้ กลับมาที่ ป่า โดยเป็น จ่าฝูง นำทัพ สายพันธ์ลิง ต่างๆ ในการกลับบ้านและต่อสู้กับมนุษย์  เมื่อมองย้อนตัวเอง  เป็นหนึ่งในแคนาเดียน เสียภาษี Tax ที่แคนาดา เรียนจบ เรียนไม่ได้แพ้ฝรั่ง มหาลัยเดียวกัน ทำงานเหมือนพวกเขาได้  ลงทุนในตลาดหุ้นได้เหมือนเขา แต่ ฝรั่งมองว่า  ยังไม่ใช่พวกเขา นั่น เอง ไม่อบอุ่นเหมือนบ้านตัวเอง


ทำให้นึกได้ว่า  กลับบ้าน มาช่วยคนขาดทุนสะสม  มาซ่อมความรู้ให้คน  โดยเลือกกลับมาเรียนต่อ  ระดับปริญญาเอก  PhD Program  ที่ คณะวิศวกรรมศาตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เพื่อ เป็น อาจารย์ ถ่ายทอดความรู้่ด้าน วิศวกรรมพลังงาน ด้วยความร่วมมือ กับ อาจารย์เดิม 2 ท่าน ที่  University ใน Canada และ หลักสูตร ผู้บริหาร Executive  MBA ที่  NIDA Business School แหล่ง กำเนิดเซียนหุ้น ชื่อดังหลายท่าน  เพื่อ ซ่อมจุดอ่อน ด้านการบริหาร การลงทุนแนวพื้นฐานให้ดีขึ้น เป็น ลงทุนสร้างมูลค่าให้ตัวเองและเป็นการช่วยชาติพัฒนาบ้านเมือง อีกคนใน อีก 3-4 ปี



กลับมาในเรื่อง ของ ระบบการลงทุนแบบกำไรสะสม (Accumulated Profits)  เพื่อให้การลงทุนพอเพียงแบบยังยืน


จากภาพ การลงทุนแบบกำไรสะสม ต้องมองการลงทุนในภาพรวม  บางครั้ง อาจจะขาดทุน บางครั้ง อาจจะกำไร โดยภาพรวมแล้ว ต้องมีกำไรมากกว่า ขาดทุน โดยการบริหารจัดการเิงินทุน (Money management) ที่ดี  ลักษณะ เหมือนหุ้นมีมูลค่าตัวหนึ่ง ที่เป็น Uptrend  ยก High ยก Low สร้าง New High ตาม จังหวะเวลาที่เหมาะสม จากมีทุนน้อย จน กำไรสะสมทะลุเป้าหมายเงินล้านได้

ข้อดีของการลงทุนแบบสะสม
1.  เป็น การลงทุนพอเพียง แบบที่มีกำไรแบบยั่งยืน
2.  เพิ่มการตัดสินใจในการตัดขาดทุน คือ ตัดขาดทุนกำไร ไม่ได้ตัดต้นทุน
3.  สามารถนำกำไรสะสม ไปลงทุนใน Leverage ที่สูงมากขึ้น เช่น TFEX,Options  ไปเสี่ยงโดยไม่เสียดาย

ในการลงทุน ต้องมี ระบบบัญชี ( Accounting system) ที่ดี เหมือนการทำธุรกิจ ว่า เราอยู่ตำแหน่งไหนของกราฟ  มีความเสี่ยงหรือไม่  มีกำไรสะสมเท่าไหร่  % Wining  , Average Win/Loss Size สิ่งที่สำคัญที่สุด  คือ "การรักษาเงินต้น" ไม่ว่า จะเป็น นักลงทุนประเภทไหน ก็ตาม  การวางแผน การจำกัดความสูญเสียเป็น สิ่ง จำเป็น มากที่สุดครับ


จะยกตัวอย่าง ให้เห็น ภาพนะครับ


จะเห็น ว่า กำไรสะสม เป็น สิ่งที่ต้องรู้  หรือ การขาดทุนสะสม เป็น สิ่งที่ต้องรู้  เพื่อในการประเมิน สถานะการณ์ลงทุนแบบยั่งยืน  ไม่ให้เข้าต้นทุน  หรือ "การรักษาต้นทุน"  หัวใจของการลงทุน  นั่น เอง  จะสบาย ใจ  การลงทุนต้องรู้ จังหวะการลงทุนให้ดี ด้วย Technical analysis เป็น พื้นฐานในการตัดสินใจ (Decision Making) ที่ดี


บทสรุป   การลงทุนแบบกำไรสะสม เป็น การลงทุนแบบพอเพียง แนวทางการลงทุนแบบยั่งยืน ที่เรามีเงินเติบโตในภาพรวมโดย เมื่อ เวลาผ่านไป โดย ลงทุนอย่างมีความรู้  รู้จักจังหวะการลงทุน  โดยมี พื้นฐานการตัดสินด้วย Technical analysis    ระบบ การลงทุนแบบกำไรสะสม  ต้อง อาศัยพื้นฐาน ของการลงทุนอย่างมีระบบ  System trading , การประเมิน การจัดการความเสี่ยง และ การบริหารการลงทุน (Money and Risk Management)  สำหรับ Mindset ระบบความคิด การลงทุนที่ดี มีผลต่อ จิตวิทยาการลงทุน ของตัวเอง ความรู้ ความเข้าใจ ลงทุนมีระบบความคิด ที่ดี เป็นรากฐานการเติบโตแบบยั่งยืน

Sunday, June 3, 2012

เส้นทางการลงทุนต่างประเทศ Options คนไทย ทำได้ ลงทุน จำกัดขาดทุน แต่ กำไรไม่จำกัด ตอนที่ 2


ตั้งใจ เขียนแนวทางการลงทุนในต่างปรเทศ  USA-Options  ต่อ ตอนที่ 2 ก่อนเดินทางกลับเมืองไทย  Jun 2012 นี้ และตั้งใจเขียน ในวันวิสาขบูชา  ปี 2555 เป็นทำบุญความรู้ทางปัญญา ให้แก่ นักลงทุนที่สนใจ ให้ลงทุนด้วยความรู้ พอเพียง ไม่ประมาท

หลายคน สงสัยว่า เคยสอนไป นักลงทุนไป กี่คนกัน  สำหรับ Polar bear fishing Club  จุดประสงค์ของการถ่ายทอดความรู้  คือ  สอนให้รู้จักการลงทุน กับ ต่างชาติ  ไม่ให้เอาเงินบ้านเรา ไหลออกจากประเทศ แต่ เป็น การถ่ายทอดพัฒนาความรู้ อย่างเข้าใจให้ สามารถพัฒนานักลงทุนให้มีศักยภาพ ไปยังลงทุนต่างประเทศได้ นำเงิน $ เข้าเมืองไทยบ้านเรา ไม่ต้องพึ่งพา เศรษฐกิจของเมืองไทยบ้านเรา  ครับ  เป็น การช่วยเมืองไทยและพัฒนาคนไทยให้ทัดเทียม ฝรั่ง

ประเภทจำนวนผู้เรียน การถ่ายทอดการลงทุน  ที่ผ่านมา



ผลการทดสอบ จากการถ่ายทอดระบบการลงทุนไป Sample Lot  300 กว่าคน หลายคนมีกำไรสะสมเพิ่ม หรือ ขาดทุนสะสมน้อยลง มีผลงานพอร์ตสีเขียว เป็นจากระดับที่ลงทุนด้วยความเข้าใจ พอเพียง ไม่ประมาท มีผลตอบแทนอย่างพอเพียง เป็น การทดสอบ ระบบได้ ภูมิใจ (ไม่มีใคร มาต่อว่า ที่ Fanpage )

สำหรับ การพัฒนานักลงทุน (Investor)  มีผู้ติดต่อให้พัฒนาหลักสูตร นักลงทุนเงินล้าน (Millions Investor Program) เรียกชื่อว่าย่อว่า  "MIP"    สำหรับพัฒนาเรียนรู้การลงทุน ขั้นระดับ Basic ไม่เคยลงทุนเลย จนถึงระดับขั้นสูง Advance  ลงทุนในประเทศและโดยเฉพาะ การลงทุนต่างประเทศ   อย่างน้อยให้เทียบเท่า นักลงทุนสิงค์โปร์ ที่ลงทุนไปทั่วโลก แต่ มีประชากรเพียงนิดเดียว แต่มีศักยภาพสูง

หลักสูตรพัฒนานักลงทุนแบบนี้ มีการเรียนการสอนที่ สิงค์โปร์ อเมริกา แคนาดา  ถึงเวลาที่ต้องพัฒนาความสามารถของคนไทยให้มีความสามารถเท่า หรือ เหนือกว่าบ้างแล้ว   นั่น คือ คำถามว่า ำไมต้องใช้การขาดทุน เงินตัวเองเป็นประสบการณ์ หลักแสน หลักล้านบาท  ทำไม ไม่มีโปรแกรม การเรียน การสอน  สร้างนักลงทุน (Investor) ขึ้นมาด้วยการสอน (Coaching) ความรู้ ความคิด การลงทุนอย่างมีระบบให้ จะลดเวลาการเดินทางของการลงทุน และ ลดความสูญเสียจากการขาดทุนอย่างหนัก เมื่อการลงทุนจริง


แนวทางการพัฒนาหลักสูตร  Millions Investor Program  เพื่อพัฒนานักลงทุนให้มีความรู้ทางพื้นฐาน วิชาการลงทุน (Investment) ทั้งพื้นฐานและทางเทคนิค Fundamental & Technical analysis ที่มีการบริหารเงินทุนและความเสี่ยง (Money and Risk management) เพื่อผลตอบแทนการลงทุน อย่างพอเพียง  และ มีความสุข เหมาะกับ Life Styles   โดย ความร่วมมือ ของ กลุ่มนักลงทุน ที่ลงทุนจริง ในต่างประเทศ มาถ่ายทอดความรู้  ความเข้าใจ ให้อย่างแท้จริง  จะแบ่ง เป็น 4 ระดับ

1. MIP Level 1 Stock Market Investing
2. MIP Level 2 TFEX Derivatives Futures
3. MIP Level 3 Global Trading
4. MIP Level 4 USA-Options


มาเข้าเนื้อหาเข้าในการลงทุน Options  ที่มีความเสี่ยงสูง  มีกำไร ไม่จำกัด แต่ จำกัดการขาดทุน  เป็นไปได้ หรือ  ทำอย่างไร มีแนวทางการเรียนรู้และศึกษาอย่างไร

แนวทางการเรียนรู้ Options




จะแนะนำครับ  การลงทุน Options สามารถทำได้ 2 ทิศทาง คือ

1. ทิศทางขาขึ้น Long (Call)  เมื่อหุ้นอ้างอิง มีมูลค่าราคาที่สูงขึ้น
 

จากภาพ หุ้น AAPL เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 2.55% แต่ AAPL Options สามาถทำกำไรได้ ถึง 394% ใน 1 วัน

 
2. ทิศทางขาลง Short (Put)   เมื่อหุ้นอ้างอิง มีมูลค่าราคาที่ต่ำลง

จากภาพ หุ้น AAPL  เปลี่ยนแปลง ลดลง 1.5%  แต่ AAPL Options สามารถทำกำไรได้ ถึง 83% ใน 1 วัน



หรือ สามารถทำกำไร ได้ 2 ทาง ตามเทคนิค หรือ กลยุทธ์ ที่ลงทุน

แนวทางการใช้การ ลงทุน อย่างเป็นระบบ


หุ้นต่างประเทศ  Apple : APPL ( Underlying Assets)


วิเคราะห์ มองแนวโน้ม Trend  Underlying Asset ให้ออกว่ามีแนวโน้มอย่างไร



ใช้ กลยุทธ์ การลงทุน Options ให้เหมาะสมกับแนวโน้ม และ ประเมินความเสี่ยงการลงทุน ตามตัวอย่าง

Call options  กับ แนวโน้มขาขึ้น เพื่อทำกำไร


  Put options  กับ แนวโน้มขาลง เพื่อทำกำไร
 

Straddle Options กับ แนวโน้มขึ้น หรือ ลง สามารถทำกำไรได้ 2 ทาง


นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์ สำหรับ Non -Trend  หรือ Sideway ที่สามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง มีอีกมายมายตามกลยุทธ์การลงทุน ในแต่สถานการณ์ของตลาด


บทสรุป
การลงทุนต่างประเทศ สำหรับ Options  สามารถลงทุนให้มีกำไร ได้ทั้ง 2 ขา แต่ ต้องมี ระบบ การวิเคราะห์แนวโน้ม  การใช้เครื่องมือ (Tools) รวมทั้ง มีเทคนิค (Tactics) ความเข้าใจ ในการลงทุน หรือ กลยุทธ์การลงทุน (Strategies)  รวมทั้ง การประเมินความเสี่ยงในการลงทุน (Risk assessment) และ การจัดการระบบเงิน (Money Management)  ให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดได้ มีผลตอบแทน ระดับ มากกว่า 10-1000% ใน 1 วัน   แต่ ถ้าไม่มีความรู้ที่ถูกต้อง ก็จะทำให้ขาดทุนในเวลารวดเร็ว แม้ว่า จะจำกัดการขาดทุนเพียงมูลค่าสัญญา   ดังนั้น การลงทุนที่ถูกต้อง คือ การลงทุนด้วยความรู้ ก่อน  ฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ เพื่อให้มีประสบการณ์ และ บทเรียน ในการตัดสินใจจะสามารถเพื่อให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นครับ

Wednesday, May 30, 2012

เส้นทางการลงทุนต่างประเทศ Options คนไทย ทำได้ ลงทุน จำกัดขาดทุน แต่ กำไรไม่จำกัด ตอนที่ 1



ตอนนี้ กลับมา Calgary Canada เรียบร้อย ครับ   ได้ไปสำรวจทำ SWOT Analysis ในการทำธุรกิจที่ Vancouver Canada   มีภาพที่หาชม วิว หายากมาฝากกันครับ ถ่ายเอง ด้วย Iphone ธรรมดา




 จุดประสงค์ การบินมาแคนาดาเที่ยวนี้ คือ

1.  แคนาดาซิติเซ่นต์ สำหรับ ธุรกิจในอนาคต
2.  การทำเสียภาษี Tax 2011 จากรายได้กำไรเกน หุ้นบันผล ที่แคนาดา
3.  การติดต่อ Co-Profressors  2 ท่าน ที่เชียวชาญด้าน Renewable Energy ท่าน สำหรับงานวิจัยเรียนต่อระดับปริญญาเอก PhD  ร่วมกับ University of Calgary, Canada
4. การเรียนเพิ่ม ลงทุน ด้าน Options Trading ซึ่งเป็น วิชาการลงทุนระดับสูงที่ มีความเสี่ยงมาก แต่ ก็กำไรสูง แต่ จำกัดการขาดทุน  (Unlimited Profit Limited loss)
5. การวิจัยธุรกิจต่างประเทศ ของ แคนาดา SWOT Analysis ที่เป็นประเทศน่าลงทุนมากที่สุด ในโลกแห่งหนึ่ง 

สำหรับ บทความ ต่อไปนี้ คือ การลงทุนประเภท Options Trading ประเภทเก็งกำไร ( Speculating)  ที่มีโอกาสได้เข้าเรียนการลงทุนเพิ่มเติ่ม การลงทุน ด้าน Options

    อบรมการลงทุนเพิ่ม Options Investing กับ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ TD Waterhouse 


อบรมการลงทุนเพิ่ม Margin and Short Selling กับ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ TD Waterhouse



Trade in Any Market Direction Risk Defined Options Strategies สิ่งที่ อาจารย์ คนนี้ ที่พูด คือ คำว่า "I Love   Risk....I Love Risk และ I Love Risk" เขาได้พูดว่า "เมื่อใดที่ เรามีความรู้ มากกว่า ความเสี่ยง นั้น เราจะควบคุมความเสี่ยงนั้นได้ (Conservative) แต่ เมื่อใดที่ เรามีความรู้ น้อยกว่า ความเสี่ยง นั้น เราจะตกอยู่ในสภาพที่เสี่ยง(Risky)" สิ่งที่ได้ เมื่อเรารักความเสี่ยง เราจะหาความรู้ ให้มากกว่า ความเสี่ยง เพื่อควบคุมและจัดการมัน

สำหรับการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนที่ ดี ต้องมีความรู้ เพื่อประเมินความเสี่ยงการลงทุน  ลงทุนจากง่ายไปยาก  กำไร ต่อ กำไร จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ในการลงทุน Leverage ที่สูงขึ้น


ส่วนตัวได้ จัดทำกลุ่ม   Polar bear fishing Club  สำหรับ เรียนรู้ การลงทุนอย่างต่อเนื่อง ปรึกษา ปัญหาการลงทุน ได้ตลอดเวลา สำหรับ ผู้เรียนที่สอนไป หลายร้ิอยคน ลงทุนเดินทางไปด้วยกัน ภายใต้


Green Investment under Polar bear rules Concept

- Simple is the best
- Low profile, High profit
- Low Risk, High Reward
- High Eff% Investment, Max (%Profit/Time)
- Re-Investment


มาเข้าเรื่อง การลงทุน Options ในต่างประเทศกัน สำหรับ ส่วนตัว ลงทุนในหุ้น Common stocks  ETFs กับพวกฝรั่งที่ใช้ Technical analysis ในตลาด Canada, USA มา 3 ปีกว่า และเริ่มเข้าสู่ตลาด Options ช่วงต้นปี 
ส่วนตัวในการลงทุน ไม่ใช่เรื่องยากที่จะกำไร เนื่องจากคุ้นเคยกับการลงทุน Common stocks ETFs ในตลาด USA,Canada คือ Underlying Assets ที่ต่อยอดได้อย่างเร็ว ด้วยการใช้ Technical analysis ช่วยในการลงทุน Options

ตลาด Options ใน USA มีสภาพคล่องสูงมากในการซื้อ ขาย  ซึ่ง ตลาด Options ในเมืองไทย ก็มีการ ซื้อ ขาย Options เหมือนกัน คือ สภาพคล่อง ยังน้อย เช่น SET50 Options

การลงทุน Options  คือ อะไร

Options เป็น สัญญาซื้อ ขาย สินค้าที่ อ้างอิงกับ ราคาผลิตภัณฑ์สินค้าที่ผูกติด (Underlying Assets) เช่น Stocks, ETFs   มีวันหยุด อายุ มีมูลค่าลดลงตามเวลา  (Time Decay) คำอธิบาย English ดังนี้

"An option is a contract to buy or sell a specific financial product officially known as the option's underlying instrument or underlying interest. For equity options, the underlying instrument is a stock, exchange-traded fund (ETF), or similar product. The contract itself is very precise. It establishes a specific price, called the strike price, at which the contract may be exercised, or acted on. And it has an expiration date. When an option expires, it no longer has value and no longer exists.

Options come in two varieties, calls and puts, and you can buy or sell either type. You make those choices - whether to buy or sell and whether to choose a call or a put - based on what you want to achieve as an 
options investor"

มี Clip Video ให้ ชมกันง่ายๆ ครับ


การลงทุน Options สามารถ ลงทุนทำกำไร ได้ 2 ขา  Long-Short positions มีการเปลี่ยนแปลงราคาอย่างรวดเร็ว ถ้าลงทุนในทิศทางที่ถูกต้อง สามารถทำกำไรได้ใน ระดับนาที มากกว่า 10%  จนถึงมากกว่า 100%-1000% เป็นเรื่องจริง ใน 1 คืน

   ตัวอย่าง การทำกำไรได้  หลักหมื่น แสน บาท เพียงถึงวัน หรือ ไม่กี่วัน


 




การลงทุน Options ตปท ถ้าหากมีความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง สามารถ ทำกำไรและทำรายได้ $ เข้าสู่เมืองไทยได้ จะเปลี่ยนชีวิต ของคนไทย ได้มากมาย ให้มีรายได้ ไม่ต้องพึ่งพา เศรษฐกิจของประเทศไทย  มีกำไรอย่างรวดเร็ว แต่ จะขาดทุนอย่างมาก และรวดเร็ว ถ้ามีความรู้ ที่ไม่ดีพอ

 ข้อดีของ การOptions
     - การลงทุนที่ความคุมความเสี่ยงได้ ด้วยความรู้ ความเข้าใจ ที่ถูกต้อง
     - การลงทุนที่วิเคราะห์การลงทุน ทำรายได้เหมือนทำธุรกิจด้วยตัวเอง  ลงทุน ทุกที่ ที่ไหนในโลกก็ได้
     - การลงทุนด้วยต้นทุนที่ต่ำ แต่ กำไรสูงมา่ก ( High Leverage)
     - มีกำไรสูง เมื่อลงทุนถูกทิศทาง  จำกัดการขาดทุน เมื่อ ผิดทิศทาง หรือ ทำกำไรได้ทั้งสองทิศทาง


ข้อเสีย ของ Options 

      -มูลค่าของสัญญา Options ลดลงอย่างรวดเร็ว สามารถขาดทุนได้อย่างรวดเร็ว แม้จำกัดการขาดทุน       
                                  

  นักลงทุนไทย สามารถทำได้  เปิดพอร์ตลงทุน ต่างประเทศ Options ได้ แต่ ไม่ขอแนะนำ ในที่นี่ เนื่องจากเป็น Know How ของการทำธุรกิจ บางที่อยู่ จึงไม่สมควร จะเน้น แนะนำแนวทางการศึกษา ลงทุน ต่างประเทศ Options เท่านั้น 



นสิ่งที่ นักลงทุน Options  ต้องมี
1. ความรู้ พื้นฐาน ความเข้าใจ เบื้องต้น Options
2. ความรู้ Fundamental และ  Technical analysis  อย่างดี  และมีระบบการลงทุน
3. การใช้เครื่องมือโปรแกรมในการเทรด  Tools เช่น ThinkorSwim  เป็นต้น
4. เข้าใจจิตวิทยาตลาด (Psychology)  ความคิดฝรั่ง (Mindsets) การประเมินความเสี่ยงการลงทุน และ การจัดการเงิน (Risk and Money management)
5. เทคนิค กลยุทธ์ Options Tactics and Strategies Trading ในการลงทุน

บทสรุป    การลงทุน Options ในต่างประเทศ  คนไทย สามารถลงทุนได้ แต่ ต้องมีความรู้ ความเข้าใจ มากกว่า ความเสี่ยงในการลงทุน  โดยเฉพาะ เข้าใจ Technical analysis  การออกแบบระบบ Indicators ที่ดี  มีเทคนิคและกลยุทธ์ การลงทุน   ที่ผ่านมาได้มีโอกาส ซ่อมความรู้ การลงทุนของ ผู้ลงทุนตลาด Options  ที่เสียหาย จากการลงทุน ตลาด Options USA  หลายสิบคน มีสาเหตุ หลัก ต่อไปนี่

  1.  ไม่มีความรู้ทาง Technical analysis ที่ดีพอ
 

  2.  ไม่มี Mindsets ที่เหมาะสม สำหรับ ตลาดต่างประเทศ

  3.  มีความโลภ ไม่พอเพียง ไม่มีระบบการลงทุนที่ดี ใช้ในการตัดสินใจที่ดีพอ

ส่วนตัว แนะนำให้ลงทุนในหุ้น Common stocks ที่ง่ายกว่า ให้สามารถลงทุนได้มีกำไร ให้มี พอร์ตสีเขียว ก่อน ด้วยการวิเคราะห์การลงทุนที่ถูกต้องด้วย Fundamental และ Technical analysis จึงค่อยต่อยอดการลงทุน Options ด้วยกำไร ที่มีความเสี่ยงที่สูง และ Leverage สูงขึ้น

"ถ้ามีอะำไรที่ง่าย ได้กำไีร เร็ว รวยเร็ว  คนจะรวย มีกำไรกันทั้งตลาด แต่ มันจะง่าย ถ้ามี "ความรู้ การลงทุนอย่างถูกต้องและมีระบบ มากกว่าความเสี่ยง"

ไว้มาอ่านต่อ ในแนวทางการลงทุน Options ตอนที่ 2 นะครับ ว่า มีแนวทาง วิธี การลงทุนให้มีกำไรพอเพียงได้อย่างไร