North america

Global Trading Investment Knowledge in Stock Markets : USA (Dow Jones, Nasdaq), Canada (TSX), Thailand(SET)

Tuesday, January 18, 2011

การจำลองทดสอบการเทรดตามระบบหุ้นทอง GOLD: Markets (US,Canada) แบบเดย์เทรด - ระยะสั้น

การจำลองทดสอบการเทรดตามระบบหุ้นทอง GOLD: Markets (US,Canada)  จะยกตัวอย่าง หุ้นทองชื่อ GLD ตลาด US ครับไว้ใช้ อ้างอิงได้ หุ้นทองที่กองทุนไทยขนตางค์พวกเรามาซื้อกันที่ตลาดอเมริกาครับ มี Volume ซื้อขายหนาแน่น ผมก็ซื้อได้ตรง จากพอร์ตไม่ต้องผ่านกองทุนไทย (พอร์ต Global trading โบรคเกอร์เมืองไทย คุณก็ซื้อตรงได้นะครับ เป็นพวก ETFs: exchange-traded fund) ส่วนหุ้นทอง Canada ก็มีหลายตัวครับแต่ราคาจะต่ำกว่า และ Volume การซื้อ ขาย จะต่ำกว่าตลาด US  จะบอกว่า ผมเล่นทองฟิวเจอร์ ไม่เป็นหรอกครับ ขำ ขำ ชอบเล่นแบบลูกทุ่ง นี่แหละ แต่ใช้ความสามารถของโปรแกรมที่มีอยู่ในพอร์ตช่วย คงได้ตางค์ค่าขนมเหมือนกัน โดยแนวโน้มส่วนมาก ที่เข้าใจกันว่า ทองจะวิ่งสวนทางตลาดหุ้นกัน  ตลาดหุ้นจะลง ทองจะขึ้น  ตลาดหุ้นขึ้น ทองจะลง นักลงทุน กระจาย นักลงทุนเขากระความเสี่ยงครับ ก็ทำตัวเป็นเหาฉลามพันธุ์แท้เช่นเคย

วันที่ 17/1/11  

ยังเป็นช่วงขาลง  Bearish   รอครับ ยังไม่มีสัญญานซื้อ  รอ รอ รอ  รอเข้าขาขึ้น เข้าปุ๊บได้ตางค์ปั๊บ  ไม่ต้องไปซื้อ รอว่า ทองถูก รอเอา ทองขึ้น ชัวร์ ชัวร์ ครับ ลงทีหนัก ๆ คับ ได้กำไรแล้ว ชิ่งก่อน อิอิ

วิเคราะห์โดยโปรแกรม Metastock
 
 

ไม่มีสัญญานทางเทคนิคให้เข้าซื้อ แนะนำควรศึกษาเรื่อง Candlestick ด้วย (http://www.richerstock.net/rs/)  ถ้าดูกราฟย้อนหลังสามารถเล่นทานคำเล็กๆ ได้ โปรแกรม Metastock บางครั้งก็ไม่แม่นยำ ช้าเกินไปนะครับ ขึ้นกับสูตรที่เราใส่ เอาเป็นว่า ดูแนวโน้มคร่าวๆ ได้ 

วิเคราะห์ทางเทคนิค โดย Google Finance


วิเคราะห์ด้วยตัวเอง ไม่มี Indicator ตัวไหน ส่งสัญญานซื้อเลยครับ : EMAs,MACD ก็ยังไม่ซื้อ

19/1/2011

ติดตามราคาทองจริง จริงด้วย ตลาดทองเปิดไม่พร้อมกัน กับตลาดหุ้นทอง ราคาทองเริ่มปรับตัวขึ้นแล้วครับ เริ่มติดตามราคาหุ้นทองอย่างใกล้ชิดได้  รอจังหวะเข้าซื้อ


20/1/2011



ราคาทองร่วงก็รอไปกันก่อนนะครับ ไม่มีพอร์ต ให้เล่น Short นะสิ ไปเล่นหุ้นตลาดปกติกันต่อ


28/1/2011 ทองมีสัญญานปรับราคาขึ้น มีแนวโน้มที่ดี ขอเริ่มเข้าไปร่วมวงด้วยแล้วกัน ไปตรวจสอบราคาหุ้นทองกันเป็นระยะ ก่อนการเข้าซื้อ หุ้นทอง ที่ ราคาทองคำแบบ Real time


ยกตัวอย่างสักตัว กราฟราคาหุ้นทอง IGT ตลาด Canada ซึ่งดูกราฟหุ้นทอง GLD ตลาด US แล้วจะมีสัมพันธ์กันตามแนวโน้ม แต่ราคาแตกต่างกัน 10 เท่า จากกราฟหุ้นทอง มีแท่งเทียนซื้อขนาดใหญ่มากขึ้น ตามการปรับราคาของทองคำ ซึ่งจะสวนทางกับ ตลาดหุ้น DOW ซึ่งราคาทองคำอาจมีแนวโน้มโอกาสกลับตัวขาขึ้น ดังนั้น การเรียนรู้ Candlestick ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ กำไรแบบพอเพียง เข้าทีหลัง ออกก่อน ครับ



ทดลองส่งคำสั่งซื้อ หุ้นทอง IGT Lot แรก ที่ตลาด Canada ที่ $12.90@1000 หุ้น  ค่าคอมมิชชั่น $9.98 แบบ Flat rate รวมต้นทุน $12,909.09 (ลง Lot ละหนักหน่อย)  สรุปปิดตลาด วันที่ 28/1/2011 ราคาหุ้นทองอยู่ที่ $13.09 กำไร 1.39% = $180.02  = 5,400 บาท (แค่นี้ก็ได้ตางค์ทานขนมแล้วครับ)
ป้องกันการขาดทุน โดยตั้งโปรแกรมขายล่วงหน้า แบบ Sell stop order = $12.95 (มีกำไร $50 พอจ่ายค่าคอมได้ กำไรนิดก็โอเค) ตั้งล่วงหน้าไปสักเดือน โปรแกรมฝรั่งตั้งได้เป็นเดือนๆ ครับ ( ถ้าเราเข้าผิดจังหวะแล้วหุ้น วิ่งลง ก็ต้อง Stop loss ไปนะครับ ไว้ลงไปเก็บใหม่เอา ขาขึ้น แต่นี่ ราคาปรับตัวขึ้นเพราะ ราคาทองจริงเพิ่มขึ้นครับ ทำให้เรามั่นใจได้ว่า ราคาหุ้นทองจะต้องมีแนวโน้มเพิ่ม)

ส่งคำสั่งเป็น Lot ขนาดใหญ่ เพราะ ค่าคอมมิชชั่นแบบ Flat rate นะครับ ขึ้นไม่กี่ % ก็ขายทำกำไรได้แล้ว ถ้าเป็นขาขึ้น ส่งคำสั่ง Lot ต่อไปตามครับ แล้วตั้งขายแบบ Sell-Stop Limit order ป้องกันการขาดทุน (Cut loss)   ข้อคิด มีกำไร ห้ามกลับมาขาดทุน  เข้าผิดจังหวะ ต้อง Stop loss รอไปครั้งหน้า ค่อยเอาคืนได้ ขาขึ้นได้กำไีรยาว มากกว่า ที่ ทำการ Stop loss ครับ


ปล่อย Run profit หรือ จะขายแล้วก็แล้วแต่ (เพราะ เพิ่งเห็น แท่งเทียนซื้อขนาดใหญ่ มีแนวโน้มกลับตัวครับ)  รอแท่งเทียน วันต่อไป จะลองปล่อยให้ Run profit นะครับ (ถ้าแท่งเทียนซื้ออีก ก็ปล่อย Run profit ก็ได้ กำไรเพิ่ม)


ยังเขียนไม่เสร็จนะครับ ติดตามชม ผลการจำลองกันต่อไป

ลงทุนเปลี่ยนความคิด วิถีคนรวย..รวย .เขาคิดกันอย่างไรนะ มาดูกัน (Power of Thinking)



บทความนี้ ประทับใจครับเลยเก็บมาฝาก ไม่ไ่ด้ลงทุนซื้อหุ้นอะให้ชมครับ แต่จะลงทุนปูพื้นด้วยความคิด ของการลงทุน คิดอย่างไรจึง ก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในการลงทุน มาดูกัน ได้บทความ มาจาก Stock2morrow ครับ ชื่นขอบแนว คิด หลาย หลาย อย่าง ของผู้เขียน ค่อนข้างตรงกับผม หรือ ว่า ผมอาจจะเป็นคนรวยในอนาคตก็ได้  (แต่ตอนนี้ยังก่อน  รวยเนี่ย มันต้อง กี่ ล้าน นะ ขำ ขำ)

บทความคัดลอก ตามนี้ครับ

วิถีคนรวย...

" เรื่องเล่า....ริมฝั่งน้ำ
 
" คนรวยเชื่อว่าฉันสร้างชีวิตด้วยตัวเอง"

คน ที่จะรวยได้ต้องเริ่มคิดสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเอง ไม่คิดพึ่งพิงคนอื่น สังเกตว่าพวกที่ไม่ได้เป็นเศรษฐี มักคิดแค่ว่า เราช่างโชคดีเหลือเกินที่เกิดมาบนกองเงินกองทอง ที่พ่อแม่สร้างไว้ให้ ไม่ต้องทำอะไรก็มีมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่เอาไว้ให้ใช้อยู่แล้ว ไม่เห็นต้องทำอะไร ก็อยู่ได้ไปชั่วชีวิต

"คนรวยเล่นเกมการเงินเพื่อชนะเท่านั้น"

คน จนมักคิดแค่ว่าเล่นเกมการเงินหรือลงทุนก็ตามเพื่อไม่ให้แพ้ ตรงกันข้ามกับพวกคนรวยที่เมื่อเล่นเกมการเงินหรือลงทุน พวกเขามุ่งมั่นว่าต้องชนะเท่านั้น บิล เกตส์เป็นตัวอย่างของคนประเภทนี้ได้ดีที่สุด วิธี...คิดของเขาคือ จะทำอะไรต้องชนะเท่านั้น นั่นเพราะในครอบครัวของเขาสอนให้มีนิสัยรักการแข่งขันมาตั้งแต่เด็ก

"คนรวยคิดการใหญ่ไม่มองเล็ก"

ธรรมชาติ ของคนรวยมักจะคิดการใหญ่ แต่ถ้าเป็นคนจนจะคิดการเล็ก คนรวยไม่ได้คิดแค่เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆข้างทาง แต่พวกเขาคิดเลยเถิดไปถึงร้านอาหารใหญ่ๆ ที่อาจจะขายแฟรนไชส์ได้ในอนาคต หรืออาจจะโกอินเตอร์ไปเปิดในต่างประเทศ

ดูอย่างบิล เกตส์เป็นกรณีศึกษา ก็จะพบว่า เขาเป็นคนที่คิดการใหญ่มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น สมัยที่คอมพิวเตอร์ยังไม่ใช่ของใช้ประจำบ้าน คนมีวิสัยทัศน์อย่างบิล เกตส์กลับมองออกว่า คอมพิวเตอร์จะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน เมื่ออ่านเกมขาด เขาจึงตัดสินใจที่จะทุ่มเทเข้ามาทำธุรกิจ ที่เกี่ยวพันกับคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งประสบความสำเร็จอย่างที่หลายคนไม่คาดคิด

"คนรวยมองหาโอกาสไม่สนใจอุปสรรค"

คน จนมัวแต่โฟกัสไปที่อุปสรรคและจมดิ่งอยู่กับปัญหา แต่คนรวยแม้จะถูกรุมเร้าด้วยอุปสรรคและปัญหา แต่พวกเขาจะมักจะมองหาโอกาสโดยไม่สนใจกับอุปสรรค พูดให้ชัดขึ้นคือ คนรวยมองปัญหาเป็นเรื่องเล็ก แต่คนจนมักจะมองปัญหาเป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งกว่านั้นคือคนรวยมัก จะเป็นพวกตื่นตัวและความกลัวหยุดพวกเขาไม่ได้

"คนรวยชื่นชมผู้ประสบความสำเร็จ"

ลอง สังเกตดูให้ดีจะพบว่า คนรวยมักจะชื่นชมคนรวยและยินดีกับผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่คนจนเวลาเห็นคนรวยกว่าหรือเห็นคนอื่นได้ดีกว่ามักไม่ค่อยพอใจ

เมื่อ บุรุษที่ร่ำรวยที่สุดในโลก 2 คน อย่างบิล เกตส์ กับบัฟเฟตต์พบกันเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เขาต่างชื่นชมซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้พูดคุยกับบัฟเฟตต์เพียงไม่กี่ชั่วโมง บิล เกตส์กลายเป็นคนที่ศรัทธาในตัวบัฟเฟตต์อย่างมาก ฝ่ายบัฟเฟตต์เองก็นับถืออย่างบิล เกตส์เช่นกัน
‎

"คนรวยสมาคมกับคนประสบความสำเร็จ&คิดบวก"

โดย มากพวกคนรวยจะคบค้าสมาคมกับคนที่ประสบความสำเร็จ หรือคนที่คิดบวก เพราะบางทีในอนาคตอาจจะคิดหาทาง เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันในอนาคต ฝ่ายคนจนมักจะสมาคมกับคนคิดลบและคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น กรณีของเจริญ เขาเป็นคนที่มีสายสัมพันธ์อย่างดีกับผู้คนในแวดวงการค้า การลงทุนในธุรกิจต่างๆ รวมไปถึง ข้าราชการ ไปจนถึงแวดวงนักการเมือง

"คนรวยเลือกทำเงินโดยไม่รอเวลา"

อาจ จะเป็นเพราะคนรวยมักจะคิดแล้วทำเลย ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่รอเวลา เมื่อจังหวะมีโอกาสมา พวกเขาก็จะลงมือทำงานทำเงินทันที ตรงกันข้ามกับคนจนที่มักจะรอเวลา และผัดวันประกันพรุ่งกับทุกเรื่อง ตัวอย่างของเจริญค่อนข้างชัดเจน เขาเป็นคนที่มีความคิดแตกฉานในเรื่องการทำธุรกิจ เมื่อจะลงมือทำอะไรเขาจะคิดก่อน เมื่อคิดอย่างถ่องแท้แล้ว เขาก็จะลงมือทำ เรียกว่าเป็นคนที่ตัดสินใจเร็ว ในการทำธุรกิจ

"คนรวยคิดแบบควบคู่ไม่ใช่แค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง"

ตัวอย่าง ของคนรวยหลายคน มักจะมีระบบคิดที่ไม่ใช่คิดแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่พวกเขาจะคิดควบคู่หลายเรื่องในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าเป็นคนจนมักจะคิดวนอยู่เรื่องเดียว

ถ้ามองในแง่ของการ ทำธุรกิจ ก็จะเห็นได้ว่า เศรษฐีหลายคน อาจจะเริ่มต้นจากธุรกิจแขนงใดแขนงหนึ่ง แต่เมื่อเริ่มตั้งตัวได้ พวกเขาก็จะแตกไลน์ทำธุรกิจหลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน

เช่นกรณี ของเฉลียว ที่เมื่อพูดถึงชื่อเขา แน่นอนทุกคนคงนึกถึงกระทิงแดง แต่ทุกวันนี้เฉลียวไม่ได้ขายกระทิงแดงอย่างเดียว แต่แตกไลน์ขยายธุรกิจออกไปอย่างกว้างไกล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจยา เครื่องดื่ม อาหาร สนามกอล์ฟ ธุรกิจพัฒนาที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

"คนรวยเน้นหาความมั่งคั่งอื่นไม่ใช่แค่รายได้ประจำ"

ข้อ นี้อาจจะต่อเนื่องจากข้อที่แล้ว อย่างที่บอกว่าคนรวยไม่ได้หวังแค่รายได้จากเงินเดือนประจำ แต่พวกเขาจะมองหาอย่างอื่นที่มาเติมความมั่งคั่งให้ตัวเองด้วย แต่คนจนหวังแค่รายได้ประจำ

"คนรวยบริหารเงินได้ดี-ใช้เงินเป็น"

คน รวยมักจะบริหารเงินได้ดี แต่คนจนมักจะบริหารจัดการได้ไม่ดีเท่าไหร่ อย่างเจริญ เขาไม่ใช่คนที่ประหยัดเงินท่าเดียว แต่เขาเป็นคนที่ใช้เงินเป็น และมีระบบการบริหารเงินในบริษัทได้ดี

คำว่าบริหารเงินได้ดี อาจหมายรวมไปถึงการบริหารพอร์ตการลงทุนด้วย เช่นกรณีพอร์ตการลงทุนของบัฟเฟตต์เขาก็บริหารด้วยการกระจายไปในหุ้น หลายกลุ่มหลายตัวที่เขาคิดและมองเห็นแล้วว่าพื้นฐานกิจการดี และสามารถมองเห็นที่มาที่ไปของการสร้างรายได้

ส่วนการใช้เงิน เป็นนั้น แม้เศรษฐีพวกนี้จะอยู่ในภาวะร่ำรวยล้นฟ้ากันแล้ว แต่ถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่า พวกเขาหามาได้และใช้อย่างพอดี ไม่ได้ฟุ่มเฟือยกับกองเงินกองทองตรงหน้า แถมเศรษฐีแต่ละคน เมื่อรวยมาถึงระดับหนึ่งก็มักจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้ ด้วยการบริจาคเงินช่วยเหลือให้กับสังคมในรูปแบบต่างๆ

‎"คนรวยมีเงินช่วยทำงานไม่ใช่ทำงานหนักเพื่อเก็บเงิน"

คน จนเอาแต่คร่ำเคร่งกับการทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินมาเก็บ แต่คนรวยไม่ได้เป็นแบบนั้น เมื่อทำงานหนักได้เงินมา พวกเขาใช้ให้เงินทำงานแทนพวกเขา บัฟเฟตต์เองก็เช่นกัน จริงอยู่เขาเป็นคนที่ขยัน...ทำมาหากิน หมั่นเก็บออมเงิน และเมื่อถึงจุดหนึ่งก็นำเงินมาลงทุนเพื่อให้เงินทำงาน ซึ่งเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เพราะบัฟเฟตต์เริ่มซื้อหุ้นครั้งแรกเมื่ออายุ 11 ขวบ และนับจากนั้น เขาก็ให้เงินทำงานหนักกว่าเขาหลายเท่า

"คนรวยเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา"

คน จนมักจะคิดว่าฉันรู้หมดแล้ว ตรงกันข้ามกับคนรวยที่ขวนขวายหาความรู้ และมีนิสัยชอบเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ถ้าใครที่ติดตามหรือแกะรอยความรวยของบัฟเฟตต์ ก็จะพบว่า แม้จะร่ำรวยแล้วแต่เขาก็ยังเป็นคนที่เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และยังแนะนำให้ทุกคนหมั่นศึกษาหาความรู้ใส่ตัว และฝึกฝนทักษะในเรื่องต่างๆอยู่ตลอด

"คนรวยแล้วจะยิ่งสมถะและใช้ชีวิตเรียบง่าย"

ข้อ สังเกตอย่างหนึ่งของบรรดาเศรษฐีคือ ยิ่งรวยมากเท่าไหร่ ยิ่งมั่งคั่งมาก พวกเขายิ่งใช้ชีวิตอย่างสมถะและเรียบง่ายมากกว่าคนที่เพิ่งรวย

ถ้า จะให้เห็นชัดเจนที่สุดคงเป็นเจ้าพ่อกระทิงแดงอย่างเฉลียว อยู่วิทยา ที่แม้ว่าเขาจะร่ำรวยระดับโลกแล้ว แต่ทุกวันนี้เขายังคงใช้ชีวิตอย่างสมถะ เหมือนกับเมื่อตอนเริ่มต้นทำธุรกิจ ธรรมชาติของเขาคือความเรียบง่าย กินอยู่ง่ายๆแบบคนธรรมดาทั่วไป ใช้ข้าวของไม่ต่างจากตอนที่บุกเบิกธุรกิจ

ฝ่ายบัฟเฟตต์นั่นก็ พอกัน ถึงจะมีกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างมหาศาลแค่ไหน แต่เขายังคงใช้ชีวิตไม่ต่างจากมนุษย์เงินเดือนทั่วๆไป เขายังคงใช้รถคันเก่าๆเล็กๆคันเดิมแทนรถสปอร์ตสุดหรู อยู่ในบ้านหลังเก่าแทนที่จะเป็นคฤหาสน์หลังโต เงินทองและทรัพย์สินที่บัฟเฟตต์หามาได้นั้น เขาแทบไม่ได้เอามาปรนเปรอความสุขให้ตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น แต่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของชีวิต ความสุขของมหาเศรษฐีอย่างเขาคือการนำเงินไปบริจาค

ทั้งหมดที่ ว่านี้ คือวิธีคิดและมุมมองของผู้ร่ำรวย คุณเองก็เป็นเศรษฐีได้ ถ้าลองหยิบแง่คิดเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้กับตัวเอง แค่พัฒนาความฉลาดทางการเงินของตัวเอง และเริ่มต้นคิดให้เหมือนกับตัวเองเป็นเศรษฐีเงินล้าน จะช่วยให้เงินไหลเข้ามาหาคุณได้เอง

โดย กาญจนา หงษ์ทอง"

เขียนได้โดนใจมาก ขอเก็บไว้ใน Blog หน่อย (Power of Thinking)  ปรับเปลี่ยนแนวความคิด ชีวิตเปลี่ยนครับ  ถูกใจแนวความคิดแบบนี้ กดแชร์กันต่อนะครับ ได้บุญ ได้กุศล ^-^

Sunday, January 16, 2011

เป้าหมายการเขียน Blog เพื่อถ่ายถอดความรู้ ประสบการณ์ตรงในแคนาดา และ การลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกาเหนือ


มาแคนาดา เมื่อปี 2008 ครับ เพื่อรักษาสิทธิพลเมืองแคนาดา  มาแบบค่อยจะรู้อะไรเท่าไหร่ การเรียน การทำธุรกิจ การลงทุนในตลาดหุ้น  มาใช้ชีวิตคนเดียว เพื่อทำเป้าหมายอะไรบางอย่างให้ คนข้างหลัง หรือ คนรุ่นหลัง ที่สำคัญคือ การพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ ให้ดีขึ้นกว่าเดิมตามแผนงานตามเป้าหมาย ระยะเวลา่ 3 ปี

เป้าหมายการเขียน Blog ผมเพื่อถ่ายถอดความรู้และประสบการณ์ตรงในแคนาดา ที่พบเจอด้วยตัวเอง ให้คนไทยคนอื่นที่มีชีวิตเช่นเดียวกัน ที่ต้องทนความหนาวเย็น ระดับต่ำกว่า 0 องศา บางวันอาจจะถึงลบ 30 องศา เพื่อครอบครัว ลูก หรือ เพื่อหน้าที่การงาน และ ยังไม่รู้ว่า แคนาดา มีของดีอะไร ซ่อนอยู่ บางคนยังหาไม่เจอ แม้กระทั่งผม ก็หาไม่เจอ ถ้าผมไม่ได้เพื่อนที่ดีที่สุดของผมคนหนึ่ง ที่มีชะตาชีวิตเดียวกันชี้แนวทางแสงสว่างให้ เมื่อได้รับแนวทาง หลังจากนั้น ก็เริ่มได้ทดลองปฏิบัติ ว่า ทำได้จริง จะขอถ่ายทอด ประสบการณ์ แนวคิด การลงทุน ด้วยชีวิตว่า ได้รับอะไรมา มีมุมมองอย่างไร อาจจะบางมุมมองเป็นประโยชน์แก่ชีวิตผู้อื่นบางก็ได้ เป็นการทำบุญ ทำทาน สร้างกุศล ผลบุญ ด้วยการถ่ายทอดความรู้ที่มี

เนื้อหาของ Blog เน้น จะเน้นการลงทุนในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ แนวความคิดที่ใช้เงินทำงานในตลาดหุ้นแทนการทำงานด้วยแรงงาน สำหรับพี่น้องคนไทยที่มีสถานะแบบเดียวกับผม หรือ นักลงทุนไทย ที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ หรือ ใครแนะนำแนวทางให้ว่า การลงทุนแต่ละตลาดหุ้นในอเมริกาเหนือ ทำได้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ความมั่นใจในการลงทุนนอกประเทศ ว่าทำได้จริง มีคนไทยคนหนึ่ง กำลังทำอยู่ และมีความยินดีให้ข้อมูล ปรึกษา แนะนำแนวทางการลงทุนให้ ด้วยความยินดี เช่นกัน

โดยหวังอย่างยิ่งว่า การถ่ายทอดประสบกาณ์ตรงการลงทุนด้วยชีวิตของผม (ทนหนาว 3 ปี หนาวระดับติดถึงลบ 30 องศา คิดถึงบ้านมากมาย) คงจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น ทำให้การดำเนินชีวิตของหลายคนได้ ดีขึ้นตามแนวทางการลงทุนอย่างพอเพียง และ เป็นการช่วยประเทศชาติ ในการพัฒนานักลงทุนไทย ลงทุนในตลาดต่างประเทศ ได้นำเงินตราเข้าประเทศ กันไม่มากก็น้อย ช่วยประเทศในทางอ้อม ซึ่งผมมั่นใจว่า การลงทุนในต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นมากเป็นลำดับด้วยเทคโนโลยี การติดต่อและสื่อสารที่พัฒนาและทันสมัยมากขึ้นในโลกของเรา เชื่อมั่น ว่า คนไทยเรา ไม่แพ้ชาติใดในโลก

สุดท้าย ขอขอบคุณเพื่อนที่ดีที่สุดของผมที่ แนะนำแนวทางการลงทุนในตลาดหุ้นให้ เพื่อสามารถลงทุนเพื่อสร้างรายได้ กันจากเมืองไทยโดยไม่ต้องทนทำงาน หรือ อาศัยอยู่ไกลบ้าน ถ้าเรารู้จักพัฒนาตัวเองศึกษา หาความรู้ และรู้จักการลงทุน ภาษาที่เขียน จะเป็น ภาษาแบบชาวบ้าน ง่าย ง่าย กันเอง อ่านแล้วพอเข้าใจ อาจจะเขียนผิดบ้าง หากคำถาม ก็สามารถติดต่อ สอบถามได้ บน Fanpage Facebook  ( http://www.facebook.com/pages/Kittinu-Stock-Investment-in-North-America-USCanada/185911524756511 )   หากมีข้อผิดพลาดประการใด จึงเรียน ขออภัยทุกท่านไว้ ณ ที่นี่ ด้วยครับ  อ่านแล้วชอบ แชร์กันต่อนะครับ ได้บุญ ได้กุศลครับ

ขอขอบคุณ


16 มกราคม 2554

ลงทุนศึกษาตลาด US markets ก็น่าจะมีของดี ดี ซ่อนอยู่ มาคุ้ย วิเคราะห์กัน

เล่นหุ้นตลาดหุ้นแคนาดา (TSX) มาเป็นปีครึ่งครับ ซื้อแต่หุ้นทองของ US เก็บไว้ในกระปุก แต่ยังไม่ได้บุกหุ้นบริษัททั่วไปของ US เพราะอยู่เป้าหมายของผมปี 2011 เป้าหมายเราต้องท้าทายขึ้นทุกปีครับ มาหาของดี ดี ซุกซ่อน กันดีกว่า มันถึงจะก้าวหน้า ไม่มีอะไรยากเพิ่มขึ้น พื้นฐานการวิเคราะหฺ์ก็เหมือนกันทั้งทางพื้นฐานและทางเทคนิค ภาษากราฟมันเป็นภาษาสากล รวมทั้ง ภาษาอังกฤษทางการเงิน Finance (ภาษาก็ใช้เวลาจำศัพท์ หน่อยไม่ได้ยากอะไร อ่านทุกวันเดี๋ยวมันก็จำได้ ขำ ขำ) โดยรวมเหมือนเดิม ไม่ยากอะไร

จะมาลองศึกษาตลาด US markets  มีชองดี ดี ซ่อนอยู่ หรือไม่ อย่างไร  ตามแนวนักลงทุน VI ไทย หัวใจอินเตอร์ (ผมนี่ก็ VI เหมือนกันนะ จะบอกให้ พื้นฐานนำ เทคนิคเอาไว้สอยกำไร) ครับ มีของ ดีดี ซุกซ่อนอยู่  มาเริ่มกันเลย


ขั้นตอนที่ 1  ค้นหาข้อมูลด้วยโปรแกรม Stock screener ฟรี โดย Google Finance
(ปกติผมใช้ TD หรือ HSBC Stock screener ที่ติดมากับพอร์ต เผื่อให้ผู้อ่านได้ลองทำลองตามดูได้ เลยใช้ Google Finance แทนกัน)



โปรแกรม Stock screener ตัวนี้ของ Google Finance ใช้หาหุ้นได้เฉพาะของตลาดหุ้น US เท่านั้นตามเงื่อนไขของหุ้น เช่น P/E <10,P/BV <2, DV >10%   (โปรแกรม screener อันนี้ แสกนได้เฉพาะ ตลาดหุ้น US markets เท่านั้น ไม่สามารถ Screen ตลาดหุ้นแคนาดาได้ ....แต่ผมทำได้ทั้ง US,Canada อยู่ในโปรแกรมพอร์ตผม TD,HSBC นั่นเอง โปรแกรมที่เล่นหุ้นเมืองนอก ก็ไม่ธรรมดานะครับ ทำได้ทุกอย่าง พร้อมใช้งาน ดีทีเดียว)

ตัวอย่าง ผลการ Screen หุ้น ด้วยเงื่อนไข P/E <10,P/BV <2, DV >10%  ได้ดังนี้


ขั้นตอนที่ 2  วิเคราะห์ทางพื้นฐาน
เข้าไปดูหุ้นรายตัว ว่า บริษัททำอะไร เป็นอย่างไร ดูย้อนหลัง 10 ปี พร้อมข้อมูลพื้นฐานและทางเทคนิค  จากตัวอย่าง กลยุทธ์ เอาบันผลนำ เลือกหุ้น AGNC เอามาขอดูภาพรวมหน่อยคร่าวๆ (Overview)  ว่าเป็น อย่างไร AGNC เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพท์ (mortgage REIT) ดูรายละเอียดเพิ่มที่เว๊ปไซด์ (http://www.agnc.com/ )


การอ่านข้อมูลพื้นฐาน AGNC จ่ายบันผล 19.3% (เยอะมาก) ดูจากกราฟย้อนหลังแล้ว จ่ายบัลผลรายไตรมาส 3 เดือนครับ (ความเสี่ยงลดลงเลย เล่นซื้อ ขาย ตามกราฟๆได้เลยนะเนี่ย อิ อิ)
ค่า P/E = 4.24 (แม่เจ้า อะไรจะดีและต่ำปานนั้น) ,P/BV = 1.27  (ก็ยังไม่แพงเท่าไหร่นะ)  แค่เอาบันผลก็คุ้มแล้ว อิอิ  Net profit = 98% (มีกำไรดีไม่เบา)

เห็นแบบนี้ น่าลงทุนเหมือนกัน แต่ดูราคาย้อนหลัง +/- 52 Wks  $23.61-$30.09 ราคาไม่ค่อย upside เลยนะ โอกาสขายทำกำไร เกน น้อยลง แต่ เราติดตามไว้ ลงมาเมื่อไหร่ น่าจะเก็บไว้บ้างนะครับ

ดูผลการดำเนินงาน Income Statement/Balance sheet/Cash Flow นี่ใช้การวิเคราะห์หุ้นพื้นฐานอ่านเอาครับ (เข้าไปอ่านบัญชีงบดุล เงินสดหมุนเวียนด้วยนะครับ) ดูรายได้มีการเติบโตดีครับ 2 ปี  น่าสนใจทีเดียวเอา คร่าวๆ แค่นี้ก่อน ถ้าเราซื้อ จริงๆ เราต้องเจาะลึก ทำการบ้านเยอะกว่านี้ หน่อย (ทำคนเดียวไม่ไหว ก็ส่งไปให้เพื่อนที่เล่นด้วยกัน หรือ เพื่อนมีคุณ วิเคราะห์ให้อีกที ผู้ตรวจบัญชีชั้นเซียนกันทั้งคู่เลย  อิ อิ เล่นหุ้น เล่นเป็นทีม ก็ดีนะครับ ช่วยกันคิด อย่าไปนั่งคิดคนเดียว อย่าลืมว่า ความเก่ง ความชำนาญ คนละสาขานั้นไม่เท่ากัน )
 

ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์ทางเทคนิค (มาช่วยดูจังหวะเข้าซื้อของถูก)


การอ่านกราฟ ได้ดังนี้ เป็นช่วงขาลง EMAs, MACD, SSTO ตัดลง,RSI ~ 50 ไม่ Oversold หรือ ไม่ Overbought (ยังไม่ซื้อ ให้ลงนิ่งๆ ก่อนค่อยเก็บ หรือ จะเริ่มซื้อขาขึ้นชัวร์ ชัวร์ดีกว่า ) สังเกต ตัว D คือ การจ่ายบันผลรายไตรมาส ระยะ 3 เดือน  ถ้าซื้อ จะหาสัญญานซื้อ ใช้โปรแกรม Metastock เข้ามาวิเคราะห์อัตโนมัติอีกที ก็ทำได้ ไม่ยาก ตัวอย่างนี้ เราแค่วิเคราะห์ หาหุ้นคร่าว ๆ เท่านั้น

ตัวอย่าง การวิเคราะหฺ์สัญญาณซื้อ ขาย หุ้น AGNC ใช้โปรแกรม Metastock - ระบบสัญญาน MACD


เห็นมั้ยครับ  ยังไม่มีสัญญานซื้อ ซะด้วย ตามที่วิเคราะห์ด้วยตัวเอง ไม่เลวทีเดียวนะ


ขั้นตอนที่ 4 อ่านข่าวเกี่ยวข้องกับหุ้นที่สัมพันธ์กับกราฟ ตามสัญลักษณ์ A,B,C,D


ขั้นตอนที่ 5   ดูแนวโน้มของรวมธุรกิจ คู่แข่ง, Market cap เทียบกับหุ้นในธุรกิจเดียวกัน

Market cap 1.63B เทียบกับหุ้นตัวอื่น ถือว่า ขนาดตลาดใหญ่ ไม่เล็กทีเดียว มั่นคงใช้ได้ (มิน่า  ราคาหุ้นแพงได้ใจ)

สรุปผลการวิเคราะห์ภาพรวม  (Overview)   หุ้น AGNC ก็พื้นฐานดีทีเดียว เด่นเรื่องการจ่ายบันผลสูงทีเดียว จ่ายบันผลกันทุก 3 เดือน (แต่อยากได้รายเดือนมากกว่านะ) ทางเทคนิคดูจังหวะเข้าซื้อช่วยได้ ขึ้นกับการลงทุนของเราเป็นแบบไหน ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เก็งกำไร หรือ รับบันผล คงต้องพิจารณาโดยรวมสำหรับตัวเองให้ แน่นอนครับ ซื้อแบบไหน ก็ควรจะขายแบบนั้น ตามหลักการลงทุน จะได้สบายใจ นอนหลับฝันดีครับ

ตลาดหุ้นมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องมีการแสกน หรือ ทำการบ้านอย่างสม่ำเสมอ ติดตามผลการดำเนินงาน ราคาที่เข้าซื้อ รวมทั้งจังหวะที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ของถูก  หลักการเดียวกันกับการเลือกหุ้นเมืองไทยบ้านเรานั่นแหละครับ  ตำราบ้านเราก็เอามาจากเมืองนอก แต่มันเป็นภาษาอังกฤษก็เท่านั้นเอง อ่านบ่อยๆ สมองก็จำได้เอง  ไม่ยากใช่ไหมครับ  ของดีก็มีอยู่ในโลก  ดูให้เป็น หาให้เจอ ก็สบาย สบายแล้วครับ

ปล. การ Scan หุ้น ยังสามารถทำได้โดย โปรแกรม Metastock เพื่อหาจังหวะเข้าซื้อได้ทันที วันหลังจะนำมาให้ชม อีก 1 กลยุทธ์ ตามการสัญญานซื้อ เช่น MACD buy เป็นต้น  เข้าซื้อปุ๊บ ได้ตางค์ค่าขนม ปั๊บ เพราะ ซื้อขาขึ้น แนวผมไม่ซื้อของถูกมาเฉลี่ยต้นทุน แต่จะ ขายของแพงมาเอากำไรเฉลี่ยต้นทุนแทนครับ แล้วค่อยมาซื้อของถูกเก็บ เพื่อ รับบันผลเพิ่ม   เงินไม่จม สบายใจดี ใช่ไหมครับ

Saturday, January 15, 2011

หุ้นนอก ผมเล่นได้ คุณก็เล่นได้ ไม่ยากหรอกนะ (STOP Working too You still Can !)


หุ้นนอก ผมเล่นได้ คุณก็เล่นได้ ไม่ยากหรอกนะ หนังสือเล่มนี้ นี่แหละ จุดประกายในการเล่นหุ้นนอก แบบไหน อย่างไร จะเปิดหนังสือ มาเจาะรหัสลับกันให้ ฟัง

ปกติเป็นชอบดูหนังสือครับ ไปห้างเมืองไทยที่ไร ก็เข้า SE-ED, B2S  ที่ประจำก็พวก บริการธุรกิจ หรือ Business นั่นเอง มาเมืองนอก ก็นิสัยเดิมติดมาด้วย ชอบชมครับ ไม่ชอบซื้อ บางทียืนอ่าน แสกน เอา จะมีน้อยเล่มมากที่จะ ควักกระเป๋าซื้อ เพราะ แพงหลาย 15-30$ หลายตังค์อยู่ อีกอย่างตอนกลับบ้านต้องขนกลับเมืองไทยมันหนัก  ยื่นอ่านได้ อ่านดีกว่า ไปบ่อยๆ หน่อย เดี๋ยวก็จบ (เมืองไทยหนังสือ ดี ดี ราคาไม่แพง อ่านกันได้ สบายกระเป๋า อ่านกันเยอะ เยอะ เลยครับ)

เดินไปชมปกติครับ เข้าไปเจอเล่มนี้ STOP Working too, You still can ว้าว ฺBest seller ซะด้วย ไม่อ่านไม่ได้แล้ว ใครเขียนไม่รู้ ไม่สนใจ เอา เนื้อ เนื้อ ครับ ด้วยความสงสัยเช่นเคย ว่าทำไมผู้เขียนจึงหยุดทำงานได้ หว่า (เราก็อยากหยุดเหมือนกัน คิดในใจ อิ อิ) จากนั้น ก็ เริ่มแสกนอ่าน  อ่านแสกนไป เขียนอะไร ก็ไม่รู้ของมัน น้ำ จริง จริง พลิก พลิกไป จนเจอ ความจริงวันนี้ ครับ ทั้งเล่มสำคัญอยู่หน้าเดียว  หน้าด้านล่างนี้ครับ ขอบคุณ Iphone ช่วยคุณได้ครับ ขอถ่ายรูปหน่อยนะ คงไม่ว่ากัน (หลบนิดหนึ่ง เดี๋ยวฝรั่งมาเห็น จะโดนว่า แต่ ฝรั่งแถวนี้ใจดีครับ อ่านไปเถอะ เขาไม่ค่อยสนใจ)


สรุปว่า เจอหุ้นบันผลรายเดือนหลายตัวครับ เป็น กองทุน ( Income fund unit ) ก่อนที่จะแปรรูปเป็นหุ้นบริษัท  (Common stock)หรือ หุ้นบริษัทที่จ่ายบันผลรายเดือน หรือ รายไตรมาส เอง มีตั้งแต่ 2%-12%  มิน่าเล่า คนเขียนหนังสือ สะสมหุ้นบันผลรายเดือนนี่เอง  จึงหยุดทำงานได้  เื่ื่พื่อนผมที่เล่นหุ้นแคนาดามาก่อนก็ได้บอกไว้เหมือนกัน  นี่เองที่จะทำให้เป็นทางทำให้เป็นอิสระทางการเงิน ( Financial freedom) นี่เอง  ที่ลองหาหุ้นบันผลรายเดือนในแคนาดา มีมากกว่า 10%-20% ก็เคยมี ตลาดอเมริกา ก็มีรายไตรมาส

ผมกลับไทยปลายปี 2008 ไปรายงานตัวประจำปี 2 สัปดาห์ ได้ไปกระหน่ำ ซื้อหนังสือการเล่นหุ้นเมืองไทยหลายเล่ม มาอ่าน มาศึกษา เริ่มจากไม่รู้อะไรเลย อ่าน อ่าน และ อ่าน ครับ ไม่รู้ ยิ่งอ่าน โดยขอปูพิ้นด้วยภาษาไทยก่อน คงเข้าใจได้ดี ขนกลับมาเมืองนอกครับ หลายเล่มอยู่ มาอ่าน มีทั้งเล่น การหุ้นออนไลด์, กลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ หลายเล่ม แนว VI ครับ หนังสือการลงทุนในตลาดหุ้นทั้งนั้น (ไม่มีสักเล่มที่เขียนลงทุนต่างประเทศเลย) รวมทั้งไปเข้าอบรม สัมมนา มีของธนาคารโบรกเกอร์ที่เปิดพอร์ตไว้  กลับมาใช้เวลาอ่าน 6 เดือน ก่อนลงสนามจริง

การเล่นหุ้นเมืองนอก จากเมืองไทย ไม่ยากครับ ระบบการคิดเหมือนเล่นหุ้นไทยทุกอย่าง การอ่านกราฟเป็นภาษาสากล ศัพท์การเงิน เปิดดิก ศัพท์ที่ไม่รู้ก็ได้แล้วครับ แต่ พวกเรียนสายการบัญชี การเงินคงไปได้เร็วหน่อย ส่วนผมสายวิดวะ สู้ครับ ไม่รู้ แต่ อยากเล่นหุ้นก็ต้องอ่านเอง ไม่อ่านก็ไม่รู้ใช่ไหมครับ ข้อดีคือ ของผม ไม่ต้องมีใครสอน โยนหนังสือมาผมอ่านเองได้ การเรียน และ การทำงานในอดีตสอนมา (อาจารย์ไม่ค่อยสอน ไปรับจ๊อบนอก ขอบคุณครับ เป็นข้อดีทีเดียว คือ นิสัยการศึกษาด้วยตัวเองได้  ลูกพี่เก่า ก็ไม่ค่อยสอน ให้ลงไปทำงานลุย ทำเอง ก็ต้องอ่านเพิ่ม รอดกลับได้มาถึงจะเป็นยอดคนครับ)

ส่วนเรื่องภาษาอังกฤษ  ไม่น่ามีปัญหา ใครที่บอกว่า อ่อนภาษา จะเล่าให้ฟังว่า ผมก็โคตรอ่อนเลย ตอนเด็กผมก็เป็นโรคกลัวภาษาอังกฤษมาก ขอบอก คาบ อ.ฝรั่ง ภาวนาว่า ให้หมดคาบเร็วๆ จำว่าหลังติดข้างหลังห้อง (ในใจคิดว่า อย่าถามผมนะ ฟังไม่รู้เรื่อง พวกที่นั้นข้างหลังก็ พวกหมอ วิดวะ สถาปัตย์ นี่แหละ ตัวดีเลย ครับ อิอิ)  โรงเรียนต่างจังหวัดก็เป็นแบบนี้ครับ พอมี แกรมม่า ศัพท์ การอ่าน พอมีติดตัวบ้าง  เรียน วิดวะ ป.ตรี ได้ เกรดภาษาอังกฤษ C อ่านว่า ซี ครับ หมดความมั่นใจกันเลยทีเดียว แต่ เรียนวิดวะ ป.โท เมืองนอก ได้ A ทุกวิชา แปลกไหมครับ  ไม่ใช่เก่งอะไรหรอกครับ ผมบึก และ ทนมาก อ่านรอบเดียว จำไม่ได้ ผมอ่านหลายรอบครับ (เรียนเมืองนอก มันหนาว ออกไปไหนไม่ได้ ก็ต้องหยิบหนังสือมาอ่านมา ทบทวน จริงไม่แปลกใจ เด็กที่เรียนนอก ก็เรียนจบกันเกือบทุกคน) ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น   ศัพท์ไม่รู้ ไม่ใช่ปัญหา Talking Dict , ฺฺBabylon โปรแกรมแปลศัพท์จากหน้าจอ หรือ บนเว๊ปไซด์เลย ช่วยคุณได้  คลิ๊กขวา คำแปลก็ออกมา ไม่ยากหรอกครับ ส่วนศัพท์การเงิน ก็ ซ้ำ ซ้ำ ไป มานี่แหละ อ่าน บ่อยๆ ก็จำได้ครับ ไม่ยากหรอก ใช้แค่ทักษะภาษาอังกฤษแค่ การอ่าน อันเดียวเอง ไม่ต้องฟัง ไม่ต้องพูด แถมไม่ต้องเขียนอีก บ้านเราถนัดกันอยู่แล้ว ถ้าสมองคิดว่าทำได้ เราก็จะทำได้ มันอยู่ที่ความคิด

แนวทางการเล่นหุ้นของผม เลือกตัวพื้นฐานดี หรือไม่แย่นัก มีบันผลสูง แนว VI เลย แต่ที่แตกต่างกันจาก VI เมืองไทยคือ หุ้นทั้งหมดที่ผมเลือกซื้อ คือ พวกหุ้นบันผลรายเดือนมากกว่า 10% ต่อปีทั้งนั้น โดยค่าเฉลี่ยบันผลรายเดือนของผมอยู่ที่ 15% ต่อปี ของพอร์ต  พอหุ้นขึ้นผมขายทำกำไร เอามาซื้อหุ้นเพิ่ม ได้บันผลเพิ่ม หุ้นที่ซื้อมา ขึ้นไปอีก ผมก็ขายทำกำไรไปอีก จน กำไรทะลุล้าน บันผลหลายแสน (เขียนไว้ให้ชมใน Blog แล้วว่า มันจริง) ในช่วง 1.5 ปี ตั้งแต่เล่นหุ้นนอกมา  โดยทั่วไปแนวผม คือ "กลยุทธ์หุ้นบันผลรายเดือน" วิเคราะห์พื้นฐานเป็นเกราะ  วิเคราะ์์์ห์ทางเทคนิคเป็นอาวุธ เหมืิอน นักรบใส่ชุดเกาะ ถือดาบ หอก หรือ ปล่อยแสงได้ เป็นอาวุธ   "แบบสไตล์ เซ้นท์"  เอามาจาก การ์ตูน เซ้นท์เซย่า หรือ พวกโกล์เซนต์ พวกบรอนเซนท์ครับ   พวกนี้ มีชุดเกราะครับ ปล่อยพลังได้ บางคนมีอาวุธ ไว้สู้รบ  เด็กๆ สมัยก่อน ชอบดูกัน ช่วงนี้ ก็น่าจะมีอยู่

ตัวอย่าง หุ้น DGI.UN บันผลรายเดือน 17% ต่อปี สามารถ ซื้อขายทำกำไรด้วยการวิเคราะห์ทางเทคนิค


โชดดีครับของนักลงทุนชาวไทยแล้วครับ ในการลงทุนต่างประเทศ ปลายปีก่อน โบรคเมืองไทยเรา ก็เปิดบริการซื้อ-ขายหุ้น กองทุน ได้ทั่วโลกกันแล้ว (Global investment trading) ไม่นานมานี้ ไม่ต้องทนหนาวติดลบแบบผม บางวันติดลบ 30 เพื่อรักษาพอร์ต เวลา 3 ปี (บางคนบอกว่า ทนได้ไง แค่ 5'C ก็จะแย่แล้ว ไม่บร้าครับ มีเป้าหมาย ต้องอดทน) แต่ค่าคอมมิชชั่นผมถูกกว่า ก็เท่านั้น ที่เห็นก็ โบรคเอเชียพลัส-ASP, ฟินันเซีย-FSS,CGS สามารถเปิดพอร์ตซื้อหุ้นข้ามประเทศได้ ลองติดต่อสอบถามดูกัน

ส่วนหน้าที่ผม ชี้แนะแนวทางให้ครับ ว่า ทางตลาดหุ้นอเมริกาเหนือ มีของดีอะไร ซ่อนอยู่  หุ้นบันผลรายเดือน หรือ รายไตรมาสก็ดี เป็นพื้นฐาน และ วิเคราะห์ทางเทคนิค เอาไว้ขายของแพง หรือ เข้าซื้อของราคาถูกครับ โอกาสขาดทุนแทบไม่มี  ถือทน ทนถือไป ดีกว่า ฝากประจำเมืองไทย (ฝากประจำ 1.5% ต่อปี หลายปีอยู่ ถ้าซื้อหุ้นบันผลรายเดือน มากกว่า 10% ต่อปี ก็ 7 ปีที่เดียวนะครับ )  หรือ สมมุติลงทุนไว้ 10 ล้านบาท ได้กำไรปีละ 1 ล้าน ได้ อย่างต่ำเดือนละ 8.3 หมื่น ก็เลิกทำงานประจำได้ แต่มุมมองผม คิด เงินต่ิอเงินครับ มันจะมากกว่านั้น แน่นอนนะ ถ้าเรารู้จักการลงทุนที่ปลอดภัยและลดความเสี่ยง  ผมได้เขียนลงใน Blog แล้วบางส่วน ว่า ทำได้จริงๆ มันมีจริง จริง บน โลกของเราใบนี้แหละ  ประเทศที่เศรษฐกิจดี ดี ก็มีของดีซ่อนอยู่

นักลงทุนเมืองไทยเราเก่งครับ เล่นตลาด SET มีกำไรได้ (ผมยังเล่นได้แค่น้ำเลย คำโตโต ไม่ค่อยจะมี ดูกราฟเป็นก็ยังติดดอยก็มี แต่เพียงไม่ขาดทุนกำไรสะสม ตลาดบ้านเรา อ่อนไหวง่าย ตาม Fund Flow บ้าง ตามข่าวบ้าง แต่ข้อดีคือ เข้าถูกตัวก็ ล่ำซำเร็ว ผมก็เล่น SET ตอนกลางคืน จากแคนาดา นี่แหละ ) ถ้ามาเล่นเมืองนอก บอกได้เลยว่า หมู หมู ชั่วโมงบินผม ปี ครึ่ง ยังกำไร ไม่ขาดทุนสักบาทเลย (เืพื่อนผมเล่นหุ้นไทย ขาดทุนเกือบล้าน มาเล่นหุ้นนอก เอาคืนหมดบวกกำไรด้วย อิอิ เรื่องจริง)  เวลาการเล่น ด้วยเวลาต่างกัน ตลาดหุ้นอเมริกาเหนือ ถ้าเราอยู่ไทยก็เล่นได้ เวลาเปิดคือ 20:30 น ถึง 3:00 น ถามว่า แล้วจะนอนยังไง เล่นหุ้นบันผลรายเดือนไม่ต้องเฝ้่าหรอกครับ ดูวันละ 1-2 ครั้ง ตลาดเขาใหญ่มาก เคลื่อนตัวช้า ขายกันทัน ไม่เหมือนบ้าน เรา ถ้าไม่เฝ้ากันก็ดอยละครับ ถ้าเข้าซื้อตอนนี้ 1,000 จุด ก็ตลาด sideway ยังไงก็ได้กำไร น้ำ น้ำ หรือ ไม่ก็อาจขาดทุนได้ทีเดียว จะกำไรโต โต การข่าวเร็ว เข้าถูกตัว ดูกราำฟดี ก็โชคดีไป ตามฝรั่งเป็นเหาฉลามไป (ผมก็ทำตัวเป็นเหาฉลามอยู่) ถ้าเข้าช่วง 400-600 จุด กำไรอู้ ฟู้แน่นอนครับ ไม่ต้องดูกราฟก็ได้ ถือว่า โชคดีไปครับ

ลองศึกษา อ่าน Blog ดูนะครับ เขียนแนวทางไว้ ชี้ทางไว้ให้แล้วครับ อยู่เมืองไทยก็สามารถได้ $ ใช้ได้นะ $ ต่อ $ แล้วมาใช้ที่เมืองไทย สบายกว่ากัน ค่าเงินอ่อน เอากำไรโอนกลับ ค่าเงินแข็ง เอามาซื้อหุ้นนอก กำไรอัตราแลกเปลี่ยนอีก สำหรับผมคนหนึ่งแล้ว ที่จะไม่ต้องทนหนาวติดลบ อยู่ไกลบ้าน ไกลครอบครัว ใกล้กลับบ้านแล้ว ลองทำให้ดูแล้วว่า ทำได้ ไม่ยากอะไร ผมเคยไม่มีความรู้ในการลงทุนในหุ้นเลย เมื่อ 2 ปีก่อน วันนี้ วิเคราะห์ทางพื้นฐาน วิเคราะห์ทางเทคนิค โปรแกรมวิเคราะห์ต่างๆ เล่นได้ เอาตัวรอดในตลาดหุ้นได้ครับ ไม่ยากเลย เพียงแต่ถ้าเราคิดว่า ทำได้  เราก็จะทำได้นะครับ  เด็กบ้านนอก อย่างผมยังทำได้เลย ทำไมคุณจะทำบ้างไม่ได้ จริงไหมครับ  รู้แล้วแชร์ บอกต่อกันไปนะครับ ได้บุญ ได้กุศล ลงทุนกันอย่างพอเพียง ครับ

รายละเอียดการลงทุนในต่างประเทศของโบรคเกอร์เมืองไทย ลองสอบถามกันดูครับ
ASP : http://inv2.asiaplus.co.th/cms/index.php?sc=global_finance
FSS  :http://www.4shared.com/document/0EixS86d/Global_Trading-Fununsia_Syrus.html
Philips:http://www.poems.in.th/home/th/offshore/index-th.htm
CGS :http://www.cgsec.co.th/corpweb/

Friday, January 14, 2011

มือปืน บริหารพอร์ต ดูกราฟไม่เป็น ซื้อเอาบันผลอย่างเดียว ก็ได้กำไรทะลุล้าน

บริหารพอร์ตให้  เพื่อนที่มีบุญคุณ (ผู้มีบุญคุณ เราต้องทนแทนครับ) กับ น้องชายคนรอง เป็น นายทหาร  เงินเดือน น้อยนิด หน้าที่พี่ มือปืนบริหารพอร์ตให้ ทำงาน ขึ้นนายพันเป็นนายพลไป ให้วงค์ตระกูล  ไม่ต้องลาออก พี่ชาย จัดการให้เอง แบบประกันเงินต้นให้เลย (มั่นใจมาก ขอบอก)

ตอนนั้น บอกตรง ตรงว่า ยังดูกราฟไม่เป็นเลย อิอิ ซื้อเอาบันผลอย่างแนว VI ล้วน ล้วน โดยแท้จริง ขายหมู ซื้อหมู ขายหมู ซื้อหมู อยู่อย่างนั้น แต่ก็ได้กำไรมาทะลุล้าน  อิอิ ตอนนี้ ดูกราฟเป็นแล้ว คงไม่ขายหมู ไม่ติดดอย กันง่ายๆ ปิดโอกาสขาดทุนได้มากขึ้น หรือ ทำกำไรได้เพิ่มได้มากขึ้นอีกทีเดียว

เพื่อนมีคุณ โอนเงินมาซื้อหุ้นบันผลรายเดือนเก็บ จำนวน 1 ล้านครับ เลยทำหน้าที่ดูแลบริหาร ให้อย่างดี (ที่จริง ให้เพื่อนดูงบการเงินอีกที เพราะเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี เมืองไทย บ้านเรา กรองให้อีก แน่นบึก) แต่เน้น บันผลกันอย่างเดียว ตอนนั้น บันผลประมาณ 20-24% ครับ เลยเก็บหุ้นกันไว้ แต่ละเดือนต้องทำสรุปรายงานให้เพื่อนมีคุณชม พร้อมหลักฐานแต่ละ transaction ให้ประกอบกันด้วย เพื่อสอบทวนกัน (โปร่งใส ชี้แจงก่อน สอบถาม เพื่อนจะได้สบายใจ ผมก็สบายใจด้วย ช่วยกัน รวยก็รวยด้วยกัน นโยบายผมเอง )
ตัวอย่าง รายงานประจำเดือน สรุปให้เพื่อนผู้มีคุณ ทุกเดือนตั้งแต่โอนเงินให้มาซื้อหุ้นบันผล  ส่งมา 1 ล้าน ระยะเวลา 1.5 ปี ได้บันผลไป 331,000 บาท หรือ 33%  ยังไม่รวมกำไรเกน นะครับ ขำ ขำ





ตัวอย่าง Transaction ประกอบรายงานประจำเดือน

  

จำนวนหุ้นคงเหลือ พอร์ตหุ้นเพื่อนมีคุณ (14/11/2011)
 



*หุ้น CWI.UN เปลี่ยนชื่อเป็น  ECI ต้นปี 2011

สรุปผล ได้ดังนี้  เงินต้น 1,000,000 บาท เงินในหุ้น 1,814,100 บาท, เงินบันผล 331,000 บาทซึ่งรวมในเงินสด 17,110$ = 513,000 ดังนั้น กำไรทั้งหมด = 1,237,400 บาท หรือ เท่ากับ กำไร 123%
ก็ไม่เลวใช่ไหมครับภายใน 1.5 ปี  นี่แค่ ซื้อเอาบันผลกันเฉย ๆ (แต่ดูแล้ว จะสู้หุ้นไทยปีที่แล้วไม่ได้แน่ เจอ Fund Flow กันเข้าไป รวยกัน อื้อ ซ่า แน่นอน เห็นจากยอดจองรถแล้ว คนไทย ไม่ธรรมดากันจริง ๆ)

ส่วนพอร์ต น้องชาย กำไรบันผลรวม 33% ระยะ 1 ปี ผมซื้อไป น้องชาย ซัดติดดอยไปเต็มๆ เอ้่า รับบันผลกันไป อิอิ ดีกว่า ฝากธนาคารหลายปีอยู่

การลงทุนของผม จะเน้น หุ้นบันผลเป็นหลักเป็นรายได้ประจำเดือน (ไม่มีเวลาเฝ้า ตลาดเปิดตรงกับเรียน ทำงาน) และ ขายทำกำไรเมื่อหุ้นขึ้นแล้วซื้อใหม่ ให้จำนวนหุ้นเพิ่ม บันผลก็จะเพิ่ม อีก 1 กลยุทธ์ สำหรับไม่มีเวลาเฝ้าหุ้น วัน วัน ดู วันละครั้ง พอ เพราะ ต้องเรียนโท แถม ต้องทำงาน เวลาตลาดหุ้นแคนาดาเปิดครับ  ต่อจากนี้ไป  เรียนรู้กราฟหมดแล้ว ใกล้กลับเมืองไทยก็จะสามารถเล่นสั้น หรือ ขนาดเดย์เทรดได้ตอนกลางคืนเมืองไทยหาค่าขนมทานครับ  ไม่ต้องรอ กี่ ช่อง ออก ติดด้วย ค่าคอม 0.015%-0.020% แบบไทย ไทย เพราะ ค่าคอมมิชชั่นผม 9.98$ หรือ 300 บาท ต่อครั้ง ไม่ว่า ซื้อเป็น หลักหมื่น หลักแสน  ดูกราฟเอา ได้กำไร ผมก็ขายทานขนมแล้วล่ะ  ชีวิตมีทางออก เอาบันผลมาเป็นเงินประจำเดือน หาค่าขนมด้วย เดย์เทรดเมืองนอก กันที่กลางคืนเมืองไทยนี่แหละ ประโยชน์ของเวลาที่ต่างกัน นั่นเอง  หุ้นเมืองไทย (เล่นกลางคืนแคนาดานี่แหละ) ผมก็เล่นไม่ใช่ไม่เล่น  กำไรเร็วดี แต่ ติดดอยก็เร็วนะ ถ้าดูกราฟกันไม่เป็น แค่เสียดาย มาช้าไปหน่อย เข้าซะเกือบ 1,000 จุด ไม่มีคำว่า สาย สู้ สู้ กันไป ครับ ต้องรบได้ทุกสนามรบ 

บางคนอาจหัวเราะ กำไรแค่นี้เองเหรอ แต่ผมเพิ่งเล่นหุ้นนอกมา ปี ครึ่ง  เรียนโทด้วย ทำงานด้วย ทำกำไรให้เพื่อนแบบนี้ คิดว่าเพื่อนก็พอใจนะ  น้องชายก็พอใจ  หนทางการลงทุนยังอีกยาวไกล ถ้าพอร์ต มีเกิน $100,000 ที่แคนาดา มีเครดิต ทำอะีไีร อะไร ก็ ง่าย  ขอบอกว่า พอร์ตผมไม่ธรรมดา แน่นอน เล่นได้อีกหลายรูปแบบ อีกหลายกลยุทธ์ การรบ (การเล่นหุ้น) ไม่ใช่มีเพียงวิธีเดียว ที่จะทำกำไร ^-^

Wednesday, January 12, 2011

การจำลองทดสอบการเทรดตามระบบหุ้นบันผลรายเดือน (เล่นรอบ)

วันที่ 11/1/2011  ลองจำลองทดสอบการเทรดตามระบบหุ้นนอกบันผลรายเดือน ดูครับ ว่า เล่นหุ้นบันผลรายเดือนตามระบบทาง Technical วิเคราะห์ด้วยตัวเอง กับ การวิเคราะห์ด้วย Metastock โดยใช้ช้อมูลจริงนะครับ ว่าจะทำกำไรหรือขาดทุนนะ แล้วมาดูกัน

ขั้นตอนที่ 1 พิจารณาค่าพื้นฐาน : ไม่แย่นักนะ กลยุทธ์เอาบันผล > 10% ต่อปีนำ (ข้อมูลยัง DV=17% อยู่ที่จริง ปีใหม่ DV~11% ผลประกอบการตกไป คิดแค่ ดีกว่า ฝากธนาคาร ก็คุ้มแล้ว) ได้เงินเข้ากระเป๋าใช้เข้ารายเดือน (ข้อมูลวันที่ 12/1/2011- ไม่ได้ Captureหน้าจอไว้ เอาค่าพื้นฐาน P/E,P/BV,DV มาให้ชมกันเท่านั้น)  เคยสูงสุดไปที่ $9.85 อาจมี Upside  40++% ก็ได้ ใครจะรู้ ล่ะ






ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ทางเทคนิึคโดยเครื่องมือ ฟรี ฟรี กัน



อ่านกราฟด้วยตัวเอง ได้ว่า เริ่มมีสัญญานซื้อ EMAs, ค่า RSI<70%~66% ไม่ Overbought  ,สัญญาน MACD เริ่มตัดขึ้นแล้ว ก็เสี่ยงกันสักตั้ง ลองเข้าซื้อได้ (แนวรับ แนวต้านเท่าไหร่ ไม่ต้องรู้หรอก ไงก็ได้บันผลเข้ากระเป๋าทุกเดือนนะ ต่อปี >10% ก็หรูแล้ว คิดในใจ อิอิ บันผลเขาจ่ายตามจำนวนหุ้น  ซื้อของถูก ได้หุ้นเยอะ จริงไหม)


ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์ด้วย Metastock  (ว่าเราวิเคราะห์ มั่วไหม อิอิ)




ใช้ Metastock ตรวจสอบสัญญานซื้ออัตโนมัติ อีกทีว่า เป็นแบบที่วิเคราะห์ด้วยตัวเองไหม มีสัญญาน ชักชวนให้เราซื้อด้วย แบบนี้ ไม่ซื้อไม่ไ่ด้แล้ว  ถ้าดอยก็เอาบันผลไปแล้วกันนะ ขำ ขำ



11/1/2011 ตลาดTSX ~ 13,000 จุด เริ่มเข้าซื้อหุ้น dgi.un  จำนวน  1,500@6.55 ประมาณ 3 แสนบาท (อยากจะลง 1-10 ล้านเลยนะ กำไรเห็นๆ บันผลก็ อู้ ฟู้ แล้ว)  ตามสัญญานซื้อ EMAs, RSI<70,MACD ตัดขึ้น รวมทั้งสัญญาน Buy แบบ EOD จาก Metastock ซื้อเสร็จแล้ว ก็ไปทำงานประจำหาตางค์มาซื้อขนมทาน หรือ เอามาซื้อหุ้นเพิ่มกันได้ (วัน วัน ดูวันละ 1-2 ครั้งพอ...สบายใจ)

12/1/2011  มาดูพอร์ตจำลองนิดนึง  พอร์ต +3.56% =$350.2 ~ 10,506 บาท



13/1/2011


วิเคราะห์ด้วยตัวเอง พบว่า RSI > 70  สัญญาน Overbought ทะลุ ฺฺBB บน แต่ EMA5s แท่งเทียนขาย ขนาดเล็ก ยังต้องรอดูกันต่อไป แล้ว ลองตรวจสอบโดย โปรแกรม Metastock ยังไม่พบสัญญานขาย  ถ้าพอใจก็ขายทานขนมไปก่อนก่อนได้ กำไร 2.64% = $260 = 7,800Baht แต่ยังไม่ขายครับ จะดูสิว่า จะไปต่อไหม หรือ จะหมดรอบสั้น ๆ ( โชคไม่ดี น่าจะเจอรอบสั้นเข้าแล้ว ) อย่างไรก็อย่าให้มาขาดทุนนะครับ จำไว้ ได้มากน้อยก็กำไร เหมือนกัน




14/1/2011

 
วิเคราะห์ด้วยตัวเอง ว่า EMAs เป็น uptrend อยู่ครับ ถือทน ทนถือไป ยังไม่หมดรอบ MACD ยังตัดขึ้นแถมยังกว้างอยู่ RSI ~ 70 ยังไมเข้าโซน Overbought  ไม่ต้องเช็ค Metastock คับ แค่ 3 Indicators ก็เพียงพอแล้ว ปล่อยให้ run profit ต่อไป (กลับไปทำงานปกติ ของเราต่อดีกว่า อิอิ สบาย)


พอร์ต วันที่ 14/1/2011 บวก +4.63% = $455 = 13,650 Baht    กลับไป ทำงานสบาย สบาย กันต่อได้ หลับฝันดีครับ จริงไหม  นี่ ได้เงินมากกว่า ฝากประจำธนาคาร 2 ปี แล้วนะเนี่ย ขำ ขำ  4 วัน เองนะ
เล่นหุ้นนอกกลางคืน วันละ ไม่กี่นาที  กลางวันก็ทำงานประจำกันไป หรือ จะเดย์เทรด SET ก็ทำไปเถอะครับ

18/1/2011    พอร์ตบวก +10.27% = 1,010$ = 30,300$ Baht




วิเคราะห์กราฟ EMAs ยังขาชึ้นอยู่ แถมช่องว่างกว้างขึ้นด้วย ไม่ขายครับ ไปต่อให้ run profit ไปเรื่อยๆ กลับไปทำงานประจำต่อกันได้ (ดูแค่ 1-2 ครั้งต่อวัน  1-2 นาทีเอง)



จะลองมาดูกันต่อครับ ว่า จะได้กำไรต่อไปเท่าไหร่  หุ้นตัวนี้ปันผล >10% ต่อปี จ่ายทุกเดือน และ ได้กำไรเกนเท่าไหร่ ถ้าเราลงทุนแบบระยะสั้น ตามสัญญานซื้อขาย ลองติดตามต่อกันนะต่อครับ (จะมาลงให้ดู)

เดี๋ยววันหลังจะลอง Stimulate ซื้อ ขาย หุ้นทองแบบ Day-trade ดูครับ ช่วงนี้ หุ้นทองตกอยู่ จะดูว่า กำไร หรือ ขาดทุน ยังไม่ได้ซื้อจริงครับ รอ upgrade พอร์ต ใหม่ แล้วมาดูกันในบทความต่อไป   ^-^